บทที่ 133 ผมขอยอมรับผิดกับคุณ(1)
เมื่อทุกเรื่องประดังประเดเข้ามาพร้อมกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้เหมยผิงเหงื่อแตกพลั่กเหมือนดั่งสายฝน จนยืนทรงตัวไม่อยู่ต้องใช้มือจับกับกำแพงไว้
เซียวชูหรันไม่รู้ว่าเขาโทรศัพท์คุยกับใคร เพียงแต่เห็นว่าหลังจากที่รับสายแล้ว ทันใดนั้นการแสดงออกของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เหมือนเกิดเรื่องฉุกเฉินอะไรขึ้น เธออดไม่ได้ที่จะสงสัย
“ เย่เฉิน เหมยผิงเหมือนป่วยกะทันหันหรือเปล่าคะ? ”
เย่เฉินเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม แล้วกล่าวด้วย“ เหมือนจะใช่ ในสมองมีโรค จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นห่าอะไร”
เสียงร้องไห้และตื่นตระหนกของเลขาดังมาจากปลายสายโทรศัพท์ แต่เหมยผิงหูอื้อจนไม่ได้ยินเสียงอะไรแล้ว สมองของเขาเต็มไปด้วยสิ่งที่เย่เฉินพูดในตอนนั้น
“คุณล้มละลายแล้ว”
เหมยผิงเหงื่อแตกพร่า เงยหน้าขึ้นด้วยความหวาดกลัว จ้องเขม็งมองไปที่เย่เฉิน
หรือว่าเขาสามารถรับรู้ได้ล่วงหน้า?
เขา.......ล้มละลายจริง ๆแล้ว!
เหมยผิงทรุดตัวลงกับกำแพง ด้วยสีหน้าที่สิ้นหวัง
เย่เฉินมองหน้าเขาแวบหนึ่งด้วยสายตาเย็นชา แล้วพูดกับเซียวชูหรันว่า “พวกเราไปกันเถอะ”
เซียวชูหรันก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเหมยผิง เพราะเธอไม่อยากมองคน ๆ นี้อีกต่อไป หันหลังแล้วเดินจากไป
ขณะนี้ จู่ๆเหมยผิงก็ได้สติขึ้นมา เงยหน้าขึ้นและมองไปที่เย่เฉิน!
ทันใดนั้นเขาก็ตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน มุ่งหน้ามาทางด้านหลังของเย่เฉิน
ขณะที่เย่เฉินกำลังจะขึ้นรถ เหมยผิงรีบเข้ามาหา ดวงตาของเขาแดงก่ำ หายใจด้วยความหอบ จ้องเขม็งมองเย่เฉินอย่างไม่วางตา
การปรากฏตัวที่บ้าคลั่งของเหมยผิง ทำให้เซียวชูหรันประหม่า จิตใต้สำนึกของเธอบอกให้เย่เฉินก้าวถอยหลังไป
“แกเป็นคนทำใช่ไหม? ทั้งหมดนี้แกเป็นคนทำใช่ไหม? ”
เหมยผิงจ้องมองเย่เฉิน ถามอย่างรีบเร่ง
แม้แต่เซียวชูหรันก็ยังตะลึง ไม่คาดคิดเลยว่าเหมยผิงจะคุกเข่าให้เย่เฉิน
“ท่านเย่ ผมมันสมควรตาย ไม่ควรคิดไม่ซื่อกับเซียวชูหรัน! ผมผิดเอง ผมจะกลับเนื้อกลับตัว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมจะไม่ทำผิดอีกแล้ว โปรดให้ทางรอดกับผม อย่าเอาผมตายเลยครับ.......”
เหมยผิงพูดไป ก็ตบหน้าตัวเองอย่างแรงไปด้วย จนได้ยินเสียงตบดังกังวาน
สีหน้าเย่เฉินเรียบเฉย มองดูเขาตบหน้าตัวเองไปสิบกว่าครั้ง จนเลือดกบปาก แล้วกล่าวด้วยเสียงเบา ๆ ว่า “ประธานเหมย ผมไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไร”
“ท่านเย่ ถ้าหากบริษัทเฉียนเฉิงล้มละลายแล้ว ไม่เพียงแค่ผมไม่มีเงินสักหยวน แต่ผมยังมีหนี้อีกหลายร้อยล้าน ชดใช้ถึงชาติหน้าก็ไม่หมด!”
เหมยผิงขอร้องอ้อนวอนคุกเข่าอยู่บนพื้น ไม่เหลือคราบนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเลย
เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นกะทันหัน และมันประจวบเหมาะมากเกินไป!
ที่เย่เฉินเพิ่งพูดว่าเขาจะ “ล้มละลาย” บริษัทเฉียนเฉิงก็มีข่าวร้ายเข้ามาต่อเนื่อง พรุ่งนี้คงต้องประกาศล้มละลายอย่างแน่นอน!
……

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...