โคบายาชิจิโร่ได้ยินเย่เฉินบอกว่าพี่ชายของเขายังมีชีวิตอยู่ ทำให้เขาสิ้นหวังทันที
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ:“คุณ...คุณรับเงินจากฉันไปพันล้านหยวน รับปากว่าจะฆ่าพี่ชายของฉัน คุณหลอกฉันมาตลอดเลยใช่ไหม?!”
เย่เฉินพูดด้วยรอยยิ้ม:“โคบายาชิจิโร่ อย่าแกล้งทำตัวโง่และใสซื่ออีกเลย สังคมสมัยนี้ต่างฝ่ายต่างพยายามหลอกลวงซึ่งกันและกัน เหตุผลแค่นี้คุณก็ไม่เข้าใจเหรอ?”
โคบายาชิจิโร่พูดด้วยความโกรธ:“คุณ...คุณไม่รักษาคำพูด!”
เย่เฉินถามกลับ:“ฉันไม่รักษาคำพูด ?คุณพูดสิ?คุณรู้สึกว่าตัวเองเก่งมากใช่ไหม?แม่งเอ๊ย คุณบินจากญี่ปุ่นมาที่จีน แล้วมาขโมยสูตรยาของฉันและคุณก็ตั้งใจจะลักพาตัวลูกน้องของฉัน คุณคิดว่าตัวเองรักษาคำพูดเหรอ?ยังมีอีกเรื่อง พี่ชายของคุณก็เหมือนกัน บินจากญี่ปุ่นแล้วมาที่จีน เพื่อมาขโมยสูตรยาวิเศษของฉัน คุณคิดว่าเขารักษาคำพูดหรือเปล่า?สำหรับคนของตระกูลโคบายา การขโมยของคนอื่นมันเป็นเรื่องปกติใช่ไหม?”
โคบายาชิจิโร่พูดไม่ออกทันที
ตอนนี้เย่เฉินพูดด้วยความรังเกียจ:“คุณเป็นคนพูดว่าฉันไม่รักษาคำพูด?ก็ได้!งั้นพวกเราทำอย่างนี้ดีกว่า ตอนนี้ฉันจะหาคนไปฆ่าพี่ชายของคุณทันที!”
เมื่อพูดจบ เขาก็มองโคบายาชิจิโร่และพูด:“มีอีกเรื่อง เมื่อสักครู่ฉันเคยพูดไว้แล้ว ฉันจะส่งคุณไปเจอพี่ชาย แต่คุณไม่อยากให้พี่ชายของคุณมีชีวิตอยู่ ถ้างั้นฉันคงต้องฆ่าพี่ชายของคุณ จากนั้นค่อยฆ่าคุณ ส่งคุณไปลงนรกเพื่อเจอหน้าพี่ชายคุณ ถ้าทำอย่างนี้แปลว่าฉันรักษาคำพูดใช่ไหม?”
เมื่อโคบายาชิจิโร่ได้ยินคำพูดนี้ ทำให้เขาหวาดกลัวจนตัวสั่น รีบคุกเข่ากับพื้นแล้วคำนับและพูดอ้อนวอน:“คุณเย่ ฉันผิดไปแล้ว!เมื่อสักครู่ฉันพูดไร้สาระ คุณอย่าถือสาฉันเลย ฉันต้องขอบคุณมากๆ ที่คุณเมตตาไว้ชีวิตพี่ชายของฉัน...ฉันต้องขอบคุณอีกครั้ง ที่คุณเมตตาและไว้ชีวิตฉัน!”
เย่เฉินพูดด้วยรอยยิ้ม:“พูดอย่างนี้ค่อยน่าฟังหน่อย โคบายาชิจิโร่พวกเราไปกันเถอะ ฉันจะพาคุณไปเจอหน้าพี่ชายของคุณ”
เมื่อพูดจบ เย่เฉินก็โบกมือให้เฉินจื๋อข่าย:“จับตัวเขาไว้ ไปโรงเลี้ยงสุนัขของหงห้า
เฉินจื๋อข่ายรีบพยักหน้าทันที:“ได้ครับอาจารย์เย่!”
เว่ยเลี่ยงที่อยู่ข้างๆก็รีบถามทันที:“อาจารย์เย่ ฉันต้องไปด้วยไหม?”
หงห้าพูดด้วยรอยยิ้ม:“เขาทำตัวดี ช่วงนี้เขาเชื่อฟังมากๆ ทุกวันก็ช่วยเลี้ยงสุนัข พาสุนัขไปเดินเล่น ปัดกวาดโรงเลี้ยงสุนัข ช่วงว่างๆก็เรียนภาษาจีน เดือนที่แล้วเขายังขอร้องให้ฉันซื้อพจนานุกรมให้เขาสองเล่มเลย”
เย่เฉินหัวเราะ:“ผู้ชายคนนี้ดีนะ ยังมีใจที่ฝักใฝ่หาความรู้
หงห้าพูด:“อาจารย์เย่ ประเด็นสำคัญคือผู้ชายคนนี้ไปไหนไม่ได้ เขาไม่กล้าออกไปจากโรงเลี้ยงหมาแม้แต่ก้าวเดียว เขาอยู่ที่นี่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เขาคงหาอะไรบางอย่างทำเพื่อฆ่าเวลา”
เย่เฉินพูด:“อืม คุณไปเรียกเขามาที่นี่หน่อย”
“ได้ครับ!”
หงห้ารีบเดินออกไปทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...