เย่เฉินกล่าวเสียงเรียบ “ไม่เป็นไรครับ ผมไปเองสะดวกกว่า”
หม่าหลันพยักหน้าพร้อมกับยิ้มแหยๆ แล้วพูดว่า “งั้นเธอก็เดินทางโดยปลอดภัยนะจ๊ะ!”
พูดจบ ขณะที่เย่เฉินกำลังจะออกจากประตู เธอก็รีบหันหลังแล้วเอ่ยขึ้นมาหนึ่งประโยคว่า “ลูกเขยคนดี หากเห็นว่าที่เย่นจิงมีของดีอะไร ซื้อติดมือมาฝากแม่ด้วยนะ!”
“อืม ได้ครับ”
เย่เฉินตอบรับพอเป็นพิธีไปหนึ่งคำ จากนั้นก็สาวเท้าเดินออกจากบ้าน
...
ณ สนามบินจินหลิง
เย่เฉินไม่ได้พกสัมภาระอะไรติดตัวมา ดังนั้นจึงตรงไปเปลี่ยนเป็นบัตรขึ้นเครื่อง แล้วเดินผ่านเครื่องสแกนทันที
เพราะเฉินจื๋อข่ายซื้อตั๋วชั้นเฟิร์สคลาสให้เขา ดังนั้นหลังจากที่เขาผ่านเครื่องสแกนแล้ว ก็ตรงไปยังห้องพักVIP
เครื่องออกสิบโมง พอถึงเวลาเก้าโมงยี่สิบนาทีก็มีพนักงานบริการของห้องพักVIPมาพาเขาไปขึ้นเครื่องก่อนล่วงหน้าด้วยตัวเอง
เย่เฉินขึ้นเครื่องนำไปก่อนคนอื่นหนึ่งก้าว ภายในชั้นเฟิร์สคลาส มีคนนั่งอยู่ก่อนแล้วสองสามคน
ชั้นเฟิร์สคลาสของเครื่องบินลำนี้แบ่งรูปแบบเป็น2+2 นั่นก็คือทางเดินสองฝั่งแต่ละฝั่งจะมีที่นั่งค่อนข้างกว้างขวางอยู่สองที่นั่ง ที่นั่งสามารถปรับนอนได้ แบบนี้ก็จะสามารถนอนราบได้ สะดวกสบายอย่างยิ่ง
เย่เฉินนั่งตำแหน่งติดหน้าต่าง หลังจากนั่งลงเขาก็มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างใจลอย
สิบกว่าปีมานี้ เย่เฉินไม่เคยผ่านสถานการณ์อย่างในตอนนี้มาก่อน
จึงเคร่งเครียดและกระวนกระวายปนกับการรอคอยที่เลือนรางสายหนึ่ง
ที่คนโบราณบอกว่าใกล้บ้านเกิดยิ่งกังวล นำมาใช้กับเขาตอนนี้ ถือได้ว่าเหมาะสมอย่างยิ่ง
เครื่องบินผู้คนยังทยอยกันขึ้นมาเรื่อยๆ ตอนที่เขาได้กลิ่นหอมเย็นชนิดหนึ่งลอยเข้าจมูก เขาก็หันหน้าไปมองโดยไม่รู้ตัว
อันที่จริงระยะนี้เธอคิดถึงเย่เฉินมากอยู่ตลอดเวลา
ตอนแรกเธอได้รับคำเชิญจากเซียวชูหรัน ให้มาอาศัยอยู่ที่Tomson Rivieraด้วยกัน แต่ช่วงนั้นมีเรื่องที่เกิดขึ้นกับตระกูลเซียวมากเกินไป
เดี๋ยวครอบครัวนายหญิงใหญ่เซียวก็วิ่งเข้าบ้านมา ต้องการมาอยู่Tomson Rivieraอย่างหน้าด้านๆ
เดี๋ยวหม่าหลันก็หายตัวไปอีกแล้ว ทำให้เซียวชูหรันต้องตามหาไปทั่ว
ต่อจากนั้นเซียวฉางควนก็ต้องการต้อนรับรักแรกมาอยู่ที่บ้านอีก
ต่อมาอีกหม่าหลันที่หายไปก็กลับมา ทำเอาทั้งบ้านวุ่นวายกันไปหมด
ต่งรั่งหลินในฐานะคนนอกคนหนึ่ง จึงไร้ทางเลือก สภาพแวดล้อมที่วุ่นวายเช่นนี้ยังคงอยู่ในTomson Rivieraเหมือนเดิม ดังนั้นเธอจึงย้ายกลับไปอยู่โรงแรมเสียแต่เนิ่นๆ ดีกว่า
ดังนั้นช่วงนี้จึงทำให้เธอแทบจะป่วยเป็นโรคคิดถึงเย่เฉินไปเสียแล้ว!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...