กู้เหว่ยกวงเบะปากกล่าวว่า “โธ่ ญาติผู้พี่ วางมาดใหญ่โตน่าดูเลยนะ อยู่ในตระกูลกู้เราสองคนมีศักดิ์เท่ากัน ต่อให้เธอเป็นพี่สาวฉันแล้วอย่างไร? อีกไม่นานเธอก็เป็นแค่หญิงสาวที่ต้องแต่งงานออกไปเท่านั้น พอเธอแต่งงานออกไปแล้ว เธอก็ไม่ใช่คนของตระกูลกู้อีก ถึงตอนนั้นก็คือคนนอกแล้ว เข้าใจไหม?”
เวลานี้เย่เฉินที่อยู่ด้านข้างอยากจะเอ่ยปากขึ้นมา แต่ยังคงอดทนไว้
เพราะอย่างไรนี่ก็เป็นเรื่องภายในของตระกูลกู้ ตนเองเป็นเพียงคนนอก หาจุดที่จะแทรกเข้าไปอย่างเหมาะสมไม่เจอจริงๆ
หากเวลานี้ตนเองสอดมือเข้ายุ่ง ก็จะเป็นการทำสงครามโดยไร้ข้ออ้าง
อีกทั้งตอนนี้ยังไม่เข้าใจว่าที่อารองกับอาสามของตระกูลกู้มาที่นี่เพราะมีจุดประสงค์ใด ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจสังเกตการณ์ดูอีกหน่อยก่อน
เวลานี้ กู้เย้นจงตะโกนอย่างเดือดดาลว่า “พอแล้ว! พูดเหลวไหลกันให้น้อยๆ หน่อย!”
กล่าวจบ รอให้ทุกคนเงียบเสียงลง เขาถึงมองไปที่กู้เย้นเจิ้งและกู้เย้นกาง พลางถามเสียงเย็นว่า “น้องรอง น้องสาม พวกนายสองคนอย่ามาพูดอ้อมค้อมวกไปวนมาอยู่ที่นี่เลย คิดจะทำอะไร คิดต้องการอะไร ก็จงพูดออกมาอย่างสง่าผ่าเผย ไม่คดในข้องอในกระดูก ทำตัวจู้จี้เหมือนกับพวกป้าๆ ไปได้ ทำชายชาตรีอย่างตระกูลกู้เสียหน้าหมด!”
กู้เย้นเจิ้งลูบคางก่อนจะยิ้มเจือแววชั่วร้ายบางส่วนออกมา กลับจงใจแสร้งถามด้วยความห่วงใยว่า “พี่ใหญ่ ผมได้ยินว่าสุขภาพพี่แย่ลงอีกแล้วเหรอ? ทางโรงพยาบาลบอกให้พี่เข้ารับการรักษาใช่ไหม แต่พี่ปฏิเสธไปแล้ว?”
กู้เย้นจงกล่าวเสียงเย็น “โทษที เมื่อกี้ฉันคิดตกแล้ว ตัดสินใจว่าจะเข้ารับการรักษาต่อ ลูกสาวฉันยังไม่ได้แต่งงาน ฉันไม่อาจตายไปอย่างขี้ขลาดตาขาวเช่นนี้ได้!”
พอหลินหว่านชิวได้ยินเช่นนี้ ไม่เพียงโกรธ ยังรู้สึกอัปยศอีกด้วย น้ำตาพลันไหลออกมากบดวงตาทันที
กู้ชิวอี๋เองก็โกรธเช่นกัน กำหมัดแน่นสีหน้าโกรธแค้น
กู้เย้นจงไม่ได้พูดอะไรอีก เขาโกรธจนตัวสั่น เดิมทีสีหน้าที่ไร้สีเลือดเป็นทุนเดิม จึงเปลี่ยนเป็นซีดขาวมากขึ้น ทั้งตัวส่ายเอนไปมาราวกับจะล้ม ดูเหมือนจะตายไปได้ทุกเมื่อ
เวลานี้เย่เฉินทนมองต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว ทางหนึ่งยื่นมือไปประคองกู้เย้นจงที่ร่างกายส่ายเอนไว้ ทางหนึ่งตะโกนออกมาด้วยสีหน้าท่าทางมืดครึ้มเป็นอย่างยิ่ง “อันธพาลอย่างพวกคุณ ไม่รังแกกันเกินไปหน่อยเหรอ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...