พวกกู้เย้นเจิ้งกับกู้เย้นกาง ตอนกำลังเข้ามา แม้จะมองเห็นเย่เฉินแล้ว แต่ก็ไม่ได้เห็นเขาอยู่ในสายตา
วันนี้ที่พวกเขามาที่นี่ เป้าหมายทั้งหมดต่างมุ่งไปที่ตัวคนทั้งสามของตระกูลกู้ กับเย่เฉิน รวมถึงคนรับใช้คนอื่นต่างมองเห็นเป็นอากาศธาตุทั้งสิ้น
แต่ว่าพวกคิดไม่ถึงว่าชายหนุ่มคนนี้ถึงกับกล้าหาเรื่องพวกเขาอยู่ที่นี่ อีกทั้งยังบอกว่าพวกเขาเป็นอันธพาล ทำให้ไฟโกรธลุกท้วมขึ้นมาทันที
ตระกูลกู้ในเย่นจิง อำนาจเป็นรองเพียงตระกูลซูและตระกูลเย่เท่านั้น ทรัพย์สินโดยรวมก็มากกว่าระดับล้านล้าน แม้กู้เย้นเจิ้ง กู้เย้นกางสองคน จะได้ทรัพย์สินกันคนละ25%ของตระกูลกู้ แต่ทุกคนที่นำออกไป ก็ล้วนแต่เป็นระดับมหาเศรษฐีทั้งนั้น คนที่ได้ยินจนชินหูเหล่านั้นที่อยู่บนป้ายจัดอันดับมหาเศรษฐีตอนนี้ล้วนไม่มีค่าให้พูดถึงทั้งสิ้น
ดังนั้น พวกเขาจะรับได้อย่างไร ที่ถูกเด็กรุ่นหลังไร้ชื่อคนหนึ่งมาร้องตะโกนใส่พวกเขาอยู่ที่นี่
ดังนั้นกู้เย้นเจิ้งจึงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาทันที ชี้เย่เฉินพลางตวาดเสียงเย็นว่า “ไอ้หนู แกรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร? พูดจาแบบนี้กับฉันกู้เย้นเจิ้ง แกไม่อยากมีชีวิตยืนยาวแล้วใช่ไหม?”
เย่เฉินยิ้มเย็นพลางกล่าวว่า “ฉันย่อมรู้อยู่แล้วว่าแกเป็นใคร อันธพาลไงล่ะ แกคืออันธพาลหมายเลขหนึ่ง หมอนั่นที่อยู่ข้างกายแกคืออันธพาลหมายเลขสอง ยังมีไอ้เด็กอมมือคนนั้นที่ตะโกนเมื่อกี้อีก แน่นอนว่าคืออันธพาลหมายเลขสาม ส่วนคนที่เหลือหากใครอยากให้จัดลำดับล่ะก็ ก็รีบเอ่ยปากให้เร็วหน่อย เดี๋ยวจะไล่ตามหมายเลขก่อนหน้านี้ไม่ทัน!”
กู้เย้นเจิ้ง กู้เย้นกางล้วนเป็นทายาทของตระกูลกู้ ได้รับการเลี้ยงดูอย่างประคบประหงมออกมาตั้งแต่เล็ก ทั้งสองต่างเป็นแบบอย่างที่ดีของบุคคลที่มีพฤติกรรมเยี่ยงสัตว์ที่ถูกเลี้ยงดูออกมาภายใต้การสั่งสอนของบุคคลอัจฉริยะ
กู้เย้นกางเองก็คิดเช่นเดียวกัน หากอีกฝ่ายรู้ฐานะของตัวเองดี แล้วยังกล้าพูดจาสามหาวเช่นนี้ออกมา อย่างนั้นก็แสดงว่าจะต้องมีความสามารถแน่นอน
แต่กู้เหว่ยกวงที่อายุยังน้อยไม่ได้รู้จักข้อบกพร่องของตัวเองเช่นนี้
เขาด่าออกมาอย่างโมโหว่า “แม่แกสิ ไอ้สารเลวอย่างแกเป็นใคร? รู้ไหมว่าแกกำลังพูดกับใครอยู่? พวกเราเป็นคนตระกูลกู้เชียวนะ! แกอยากตายใช่ไหม?”
เย่เฉินมองเขาแวบหนึ่ง กล่าวเสียงเย็นชาว่า “เมื่อกี้แกเห่าใส่หนานหนานใช่ไหม? ดี ในเมื่อชอบเป็นหมาเที่ยวกัดคนแบบนี้ อย่างนั้นทำไมไม่ฝึกหมอบบนพื้นแล้วเห่าออกมาสองทีล่ะ หากฝึกจนทำให้ฉันพอใจ ฉันอาจจะปล่อยแกไปสักครั้งก็ได้!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...