คำพูดของกู้เย้นเจิ้งไม่เพียงทำให้ทุกคนตกใจ แต่ยังทำให้เจ้าสามกู้เย้นกางที่อยู่ข้างกายหนีบขาแน่นโดยไม่ตั้งใจ
จากมุมมองของความน่าจะเป็นและหลักตรรกวิทยา ลูกชาย หลานชาย และพี่รองล้วนมีปัญหาเรื่องนั้นกันหมด มีโอกาสน้อยมากที่เขาจะโชคดีรอดพ้นได้โดยบังเอิญ
ดังนั้นเขาจึงรีบเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง แล้วบีบตรงส่วนซับในของกระเป๋ากางเกง ก่อนจะตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อเช่นกัน!
เพราะว่าเขา ไม่มีความรู้สึกใดๆ เลย...
เขาหน้าม่อยคอตกทันที แล้วคร่ำครวญว่า “ผมด้วย! ตรวจให้ผมด้วย ตอนนี้จู่ๆ ผมก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว…”
ภายในห้องตรวจรักษา เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความตกตะลึง...
เอ่อ...
มันเป็นเรื่องปาฏิหาริย์เกินไป?
คนสองรุ่นของตระกูลกู้ ชายหนุ่มสี่คน ล้วนสูญเสียสมรรถภาพในเรื่องอย่างว่า?!
เรื่องนี้จะเป็นไปได้อย่างไร?
หากเกิดจากโรค โรคจำพวกที่เกี่ยวกับการเสื่อมสมรรถภาพของร่างกายส่วนใหญ่จะไม่มีการติดต่อ อย่างเช่นโรคอัมพาต โรคลมชัก โรคพาร์กินสัน โรคALS และกล้ามเนื้ออ่อนแรง โรคจำพวกนี้ไม่เคยปรากฏการติดต่อมาก่อน
ดังนั้น ในสี่คนนี้ หากมีคนหนึ่งมีปัญหาดังกล่าว ก็ยังพอเข้าใจได้
ดังนั้นเขาจึงรีบถามว่า “ท่านรอง ท่านสาม ท่านทั้งสองได้โปรดช่วยนึกให้ดี ช่วงนี้พวกท่านได้ไปสถานที่แปลก ๆ กินของแปลกๆ และสัมผัสอะไรที่ผิดแผกไปหรือเปล่า? โดยเฉพาะของที่ปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสี!”
“ไม่มี!” กู้เย้นเจิ้งโพล่งออกมาทันที “ช่วงนี้เราอยู่แต่ในเย่นจิง ไม่เคยไปที่ไหนเลย! และไม่ได้สัมผัสอะไรแปลกๆ เลย!”
กู้เย้นกางพยักหน้าซ้ำๆ เช่นกัน “ในแต่ละบ้านของเรา ล้วนมีอุปกรณ์ตรวจสอบที่สมบูรณ์แบบ คุณภาพของน้ำและอากาศได้รับการตรวจสอบอยู่เสมอ ไม่มีแหล่งกำเนิดมลพิษในบ้าน เรายังได้ทำการตรวจสอบกัมมันตภาพรังสีอย่างละเอียดแล้วด้วย ไม่มีวัตถุที่มีกัมมันตภาพรังสีอย่างแน่นอน”
“ถ้าอย่างนั้นก็แปลกมาก...” หัวหน้าแผนกบุรุษเวชศาสตร์ยืนกรานว่า “สถานการณ์ในตอนนี้ เราไม่สามารถหาสาเหตุของโรคได้เลย หากเราหาสาเหตุของโรคไม่ได้ เราก็ไม่สามารถทำอะไรกับมันได้!”
กู้เย้นเจิ้งตวาดใส่ “ไร้ประโยชน์สิ้นดี! แม้แต่สาเหตุของโรคก็หาไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วผมจะจ้างคุณไว้ทำไม?!”
หัวหน้าแผนกบุรุษเวชศาสตร์กล่าวอย่างต่ำต้อย “ท่านรอง ไม่ต้องบอกท่านก็คงรู้ว่าเรื่องนี้แปลกประหลาดมาก มันอาจอยู่นอกเหนือขอบเขตทางการแพทย์ด้วยซ้ำ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะทุบตีผมหรือด่าผมก็เปล่าประโยชน์! ตอนนี้เราต้องช่วยกันคิดหาทางค้นหาสาเหตุของโรค ตามเบาะแสเพื่อหาทางรักษา...”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...