เมื่อเขาหารองเท้าสีแดงของกู้ชิวอี๋เจอ ก็ช่วยเธอสวมรองเท้าด้วยตัวเอง ภาพตัดไปที่งานแต่งงานทันที
งานแต่งงานในฝัน ยิ่งใหญ่อลังการมาก
พ่อแม่ของเย่เฉินก็อยู่กันพร้อมหน้า สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและมีความสุขตลอดเวลา
เมื่อเพลงงานแต่งงานดังขึ้น กู้เย้นจงได้จับมือกู้ชิวอี๋ ค่อยๆ เดินเข้าไปอยู่ตรงหน้าเขา ยื่นมือของกู้ชิวอี๋ให้เขาด้วยรอยยิ้ม
จากนั้น ทั้งสองก็กล่าวคำสาบานแต่งงาน แลกเปลี่ยนแหวนแต่งงาน แล้วจุมพิตซึ่งกันและกัน
จากนั้นพิธีกรได้ขอให้กู้ชิวอี๋หันหลังโยนดอกไม้ให้เพื่อนเจ้าสาว
แต่ทว่า คนที่แย่งดอกไม้ไปได้ คือเซียวชูหรัน!
แต่เมื่อเซียวชูหรันที่แย่งดอกไม้มาไว้ในมือ กลับไม่ได้ดูมีความสุขเลย ตรงกันข้าม สีหน้าของเธอยังดูขมขื่นมาก…
เมื่อเย่เฉินสบสายตากับเธอ ก็อดสะดุ้งตกใจไม่ได้ ทันใดนั้นเขาก็ลืมตาขึ้น และพบว่ามันเป็นแค่ความฝัน
เขาตกใจกับความเหลวไหลในความฝัน นิ่งไปหลายนาทีก่อนจะค่อยๆ รู้สึกตัว
ท้องฟ้าด้านนอกหน้าต่างเริ่มสว่างขึ้น เขาถอนหายใจ ลุกขึ้นจากเตียงไปล้างหน้าบ้วนปาก แล้วเดินออกจากห้องไป
ชั้นล่าง หลินหว่านชิวกำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่กับคนรับใช้
กู้เย้นจงตื่นแต่เช้า เขานั่งดื่มกาแฟอยู่ในห้องนั่งเล่นอย่างกระปรี้กระเปร่า อ่านหนังสือพิมพ์ฉบับล่าสุดของเช้าวันนี้
สมัยนี้คนที่ยังชอบอ่านหนังสือพิมพ์อยู่นั้นมีไม่มากแล้ว
ว่าแล้วกู้เย้นจงก็มองดูนาฬิกาข้อมือ แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ตอนนี้เป็นเวลาแปดโมงครึ่ง ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงก่อนเปิดตลาดหุ้น พอถึงตอนนั้นราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกู้ซื่อกรุ๊ปจะดิ่งลงจนถึงขีดจำกัด”
เย่เฉินอดขมวดคิ้วไม่ได้ “ลุงกู้ พวกเขายังเป็นผู้ถือหุ้นของกู้ซื่อกรุ๊ป ทำแบบนี้ จะไม่สูญเสียผลประโยชน์ส่วนตัวเหรอ?”
กู้เย้นจงส่ายหน้ายิ้มๆ “สำหรับผู้ถือหุ้นรายใหญ่แล้ว ราคาหุ้นตกเพียงเล็กน้อย ความจริงแล้วมันไม่สำคัญเลย”
ว่าแล้วกู้เย้นจงก็อธิบายต่อ “คุณดูสิ ถ้าราคาหุ้นของบริษัทตกเพราะข่าวผมป่วยหนัก คนที่กังวลมากที่สุดคือนักลงทุนรายย่อยและผู้ถือหุ้นรายย่อย พวกเขาจะแสดงความไม่พอใจผ่านทุกช่องทางอย่างแน่นอน เมื่อเห็นว่าเงินในมือลดลง”
“แล้วราคาหุ้นก็ร่วงลงเพราะผมป่วยหนัก หายนะนี้ผมก็ต้องแบกรับ พอถึงตอนนั้น พวกเขาก็จะสามารถปลุกระดมผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ ให้มาบังคับให้ผมสละตำแหน่งได้มากขึ้น เพราะตอนนี้ตลาดไม่ไว้วางใจผม ต้องให้ผมสละตำแหน่งเท่านั้น พวกเขาถึงจะรู้สึกโล่งใจ”
“ทันทีที่พวกเขาบรรลุเป้าหมาย เตะผมออกจากคณะกรรมการได้แล้ว ราคาหุ้นก็จะสูงขึ้น ดังนั้นสำหรับพวกเขาแล้ว ไม่มีการสูญเสียที่แท้จริง กลยุทธ์นี้ เรียกว่าการยืมดาบฆ่าคน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...