เมื่อกู้เย้นเจิ้งกำลังคิดหาผลประโยชน์จะเอาชนะอยู่นั้น ประตูสำนักงานก็ถูกคนผลักเปิดออกอย่างแรง
ทันทีหลังจากนั้น กู้เย้นจงที่สีหน้าแดงเต็มไปด้วยความไม่โกรธเสแสร้งก้าวเข้ามา
เย่เฉินเดินตามหลังเขาอย่างใกล้ชิด และได้เข้าไปในห้องประชุมด้วย
ทุกคนในห้องประชุมรวมทั้งกู้เย้นเจิ้งและกู้เย้นกางต่างตกตะลึง หลังจากได้เห็นจิตใจเร่าร้อนฮึกเหิมของกู้เย้นจง!
กู้เย้นเจิ้งและกู้เย้นกางมองหน้ากัน แม้ว่าสองพี่น้องจะไม่ได้สื่อสารเลย แต่ในใจพวกเขาก็คิดคำถามแบบเดียวกัน "พี่ชายคนโตที่ป่วยเมื่อวานจู่ๆวันนี้กลับมีชีวิตชีวาแล้ว?! เพียงแค่คืนเดียวความแตกต่างมันจะมากขนาดนี้เชียวหรอ?”
และประธานคณะกรรมการคนอื่นๆของเขา เพราะพวกเขาไม่ได้เห็นกู้เย้นจงมาเป็นเวลานานบวกกับเห็นการรายงานข่าว คิดว่าเขาหมดหนทางรักษาหรือกระทั่งกำลังจะตาย
พวกเขาได้เตรียมใจไว้แล้ว คิดว่ากู้เย้นจงอาจนั่งรถเข็นพร้อมกับสายออกซิเจนและมีคนเข็นเข้ามา
ดังนั้น เมื่อเขาเห็นร่างกายที่แข็งแรงของเขาในทันใด ทุกคนก็ตกตะลึงอย่างมาก
นี่คือประธานที่ถูกสื่อรายงานว่าป่วยหนักในข่าวไม่ใช่เหรอ?
ดูเหมือนว่าประธานคนนี้จะอาการดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก
หรือนี่คือสิ่งที่คนพูดบ่อย?
แต่มันไม่เหมือนเลย เขาดูเหมือนชายวัยกลางคนที่สุขภาพแข็งแรงอย่างมาก!
เมื่อเห็นสิ่งนี้กู้เย้นเจิ้งรู้สึกสับสนเล็กน้อยในใจ แต่เขาก็รู้ด้วยว่าหากเขาไม่รีบหาวิธีระงับสถานการณ์ในเวลานี้ แผนทั้งหมดของเขาในวันนี้อาจจะล่ม
ดังนั้นเขาจึงเอ่ยปากพูดทันทีว่า “ท่านประธาน คุณไม่ได้รับหน้าที่ดูแลกิจการของกลุ่มมานานแล้ว ทุกคนที่นี่จ่ายเงินให้กับกลุ่มไปมากแล้ว คุณเป็นประธานกรรมการมันไม่เหมาะสมรึเปล่า?”
กู้เย้นจงพยักหน้าและยิ้มและพูดว่า "คุณพูดถูก ช่วงนี้ฉันทำตัวไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่ ดังนั้นเมื่อกี้ฉันจึงไม่พูดอะไร ขอบคุณทุกท่านนี่คือความรู้สึกที่แท้จริงของฉันที่มีต่อทุกท่าน นี่คือช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับทุกคน "
ขณะที่พูดกู้เย้นจงกล่าวอีกครั้งว่า "ในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา ทุกคนอยู่เคียงข้างฉันและติดตามฉัน ฉันเป็นเกียรติที่ไม่เคยทำให้ทุกท่านผิดหวังและทำให้กรุ๊ปแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆก้าวหน้าอย่างรวดเร็วภายในยี่สิบปี ฉันไม่เคยถือเอาความหยิ่งทะนงหรือทอดทิ้งทุกท่านเลย ในระหว่างนี้ฉันถูกทิ้งให้อยู่ข้างหลังหนึ่งหรือสองเดือนด้วยเหตุผลส่วนตัว ทุกคนก็นึกถึงสิ่งที่ฉันทำงานหนักมาตลอดยี่สิบปีคงไม่โทษฉันใช่มั้ย?”
ทันทีที่มีการพูดเรื่องนี้ ผู้ถือหุ้นคนอื่นๆรอบตัวเขาโบกมือโดยไม่รู้ตัวและพูดพร้อมกัน “ใครจะกล้าล่ะท่านประธาน เราจะโทษคุณได้อย่างไร!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...