เมื่อได้ยินว่ากำลังจะไปที่ห้องแถลงข่าว จู่ๆหน้ากู้เย้นเจิ้งก็แดง
นักข่าวส่วนใหญ่ที่รออยู่ที่ห้องแถลงข่าวตั้งแต่เช้า เพราะออกข่าวเมื่อวานบอกว่าจะประชุมคณะกรรมการวันนี้และใช้สื่อปล่อยข่าวว่าพี่ใหญ่ป่วยหนัก
พวกเขาต้องการทราบข่าวใหญ่เกี่ยวกับการเปลี่ยนประธานกู้ซื่อกรุ๊ป แบบนี้กู้เย้นเจิ้งสามารถใช้ความสนใจของสื่อในปัจจุบันเพื่อเอาชนะชื่อเสียงของเขา
เดิมทีกู้เย้นเจิ้งต้องการให้พวกเขารายงานชัยชนะครั้งใหญ่ของเขาในห้องประชุม เพื่อที่ว่าหลังเที่ยงวัน สื่อสามารถประกาศต่อสาธารณชนว่าตำแหน่งประธานของกู้ซื่อกรุ๊ปและเขาจะกลายเป็นประธานคณะกรรมการคนต่อไป
แต่ไม่คิดว่าสิ่งที่เขาทำทั้งหมดนี้ กลับทำให้พี่ใหญ่สมหวังในที่สุด
เขาคิดได้ด้วยซ้ำว่าเมื่อพี่ใหญ่ปรากฏตัวในงานแถลงข่าวด้วยใบหน้าแดง นักข่าวทุกคนที่คิดว่าเขากำลังจะตายจะต้องฮือฮาออกมาแน่!
และหลังจากที่เขาประกาศว่าเขาได้รับสิทธิ์ในการออกเสียง 51% นักข่าวสื่อก็น่าจะตกใจถึงขีดสุด?
เขาคิดมากหลายๆเรื่องและก็แอบถอนหายใจออกมา
บางทีนี่อาจเป็นชะตากรรมของตัวเอง
เดิมทีความสามารถของเขานั้นด้อยกว่าพี่ใหญ่จึงอยากใช้ทีเผลอ แต่ไม่คิดว่าจะมีคุณชายเย่เย่อยู่ข้างๆเขา สิ่งที่น่าทึ่งกว่านั้นคือเขาหายจากโรคร้ายในชั่วข้ามคืน
ดูเหมือนว่าสิ่งเดียวที่เหมาะกับเขาคือการเป็นผู้ติดตามต่อไป
อันที่จริงกู้เย้นเจิ้งเป็นคนฉลาด
เขาไตร่ตรองหลายสิ่งหลายอย่างอย่างละเอียดถี่ถ้วน และความสำเร็จอยู่แค่เอื้อมมือเท่านั้น
น่าเสียดายที่ในท้ายที่สุดพบว่าเย่เฉินคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง
หากไม่มีเย่เฉิน กู้เย้นจงจะวางกลยุทธ์อีกครั้ง ช่วยศพที่กำลังจะตายอาไว้ และมันจะเป็นไปไม่ได้ที่จะต่อสู้กับกู้เย้นกาง และแม้แต่ความปลอดภัยของภรรยาและลูกสาวของเขาก็ไม่รับประกันในอนาคต
เย่เฉินรู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร เขาถือว่าตัวเองเป็นลูกเขยในอนาคตจริงๆ แม้กระทั่งลูกชายของเขาครึ่งหนึ่ง
แต่เรื่องแบบนี้จัดการเองไม่ได้ จึงพูดอย่างจริงจังว่า "ลุงกู้ ผมไม่มีแผนจะกลับไปที่เย่นจิง ให้ผมได้พิจารณาเรื่องนี้เถอะครับ"
กู้เย้นจงไม่ได้ยืนกราน พยักหน้าและกล่าว “ไม่ว่านายอยู่ไหนหรือเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็อย่าเห็นลุงเป็นคนนอก บ้านลุงก็เหมือนบ้านนาย!”
เย่เฉินพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม
...
เพราะจะมีการแถลงข่าวและเย่เฉินไม่ต้องการปรากฏตัว เย่เฉินจึงนั่งอยู่ในห้องแถลงข่าวในฐานะแขกทั่วไปภายใต้การจัดเตรียมของเลขานุการของกู้เย้นจงล่วงหน้า
กล้องทั้งหมดมุ่งเป้าไปที่พลับพลาของการแถลงข่าว ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการออกทีวี

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...