เย่เฉินไม่รู้ว่าลูกพี่ลูกน้องที่ต่งรั่งหลินว่านั้นคือใคร
แค่คิดว่ามีคนรวยมากมายในเย่นจิง และยังมีเสี่ยที่ร่ำรวยอีกมากมาย เสี่ยเหล่านี้ล้วนเป็นเพลย์บอยที่ค่อนข้างซ่ามากกันทั้งนั้น จึงไม่แปลกใจเลย
เมื่อเขาและต่งรั่งหลินมาถึงประตูคฤหาสน์ตระกูลต่ง ก็มีรถหรูทุกประเภทจอดอยู่ที่นี่แล้ว
นอกประตูมีชายวัยกลางคนสองคนต้อนรับแขกอย่างอบอุ่น ต่งรั่งหลินมาข้างหน้าและรีบแนะนำให้พวกเขา:"พ่อคะ ลุงคะ หนูจะแนะนำให้พวกคุณรู้จัก นี่คือเพื่อนที่จินหลิงของหนู เย่เฉิน"
ชายวัยกลางคนสองคนเงยหน้าขึ้นมองเย่เฉิน ลุงใหญ่ของต่งรั่งหลินพูดว่า: "ไม่เคยได้ยินตระกูลที่มีนามสกุลเย่ในจินหลิงเลย?"
ต่งรั่งหลินรีบอธิบาย:"เย่เฉินไม่ใช่สมาชิกในตระกูล เขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนในมหาวิทยาลัยของหนูค่ะ"
ตอนนั้น เย่เฉินได้ถูกคุณท่านใหญ่เซียว ส่งไปที่เรียนที่มหาวิทยาลัยจินหลิงเป็นเวลา 1 ปี ในเวลานั้นเขาไม่ใช่แค่เป็นเพื่อนร่วมชั้นกับเซียวชูหรัน แต่ยังเป็นเพื่อนร่วมชั้นต่งรั่งหลินอีกด้วย
ต่งรั่งหลินในตอนนี้ สาเหตุที่ไม่ได้บอกว่านี่คือสามีของเซียวชูหรัน ที่จริงแล้ว เธอก็อยากจะเหลือทางเลือกให้ตัวเอง เผื่อว่าสักวันเธอมีโอกาสพัฒนากับเย่เฉินจริงๆ หลังจากพากลับบ้าน ครอบครัวของเธอก็นึกขึ้นได้ว่าเป็นสามีของเซียวชูหรัน มันน่าอายเกินไป
ได้ยินมาว่าเป็นเพื่อนร่วมชั้นของต่งรั่งหลิน ลุงใหญ่ของเธอก็ดูถูกเหยียดหยามเล็กน้อย และพูดว่า:"ในเมื่อเป็นเพื่อนร่วมชั้นในวิทยาลัย ก็ไปจัดที่นั่งให้เขา"
ทันใดนั้นพ่อของต่งรั่งหลินกระซิบว่า:"รั่วหลิน พ่อเพิ่งได้ยินลูกพี่ลูกน้องของเธอว่า เดี๋ยวคุณชายตระกูลกู้จะมา เธอควรใช้โอกาสนี้มาทำความรู้จักกับคุณชายตระกูลกู้"
ต่งรั่งหลินอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว และพูดว่า:"หนูจะไปทำความรู้จักกับเขาทำไม เพลย์บอยตระกูลกู้สองคนนี้ ไม่มีเรื่องดีๆ เลย และชื่อเสียงของพวกมันก็เสียมานานแล้ว!"
แต่ว่า ต่งรั่งหลินไปจินหลินตั้งนาน ขนาดหน้าของประธานตี้เหากรุ๊ปก็ไม่ได้เห็นด้วยซ้ำ ดังนั้นพ่อของต่งรั่งหลินก็ค่อยๆ หมดความมั่นใจ
เขายังเคยคิดว่า ครั้งนี้จะไม่ให้ลูกสาวกลับไปที่จินหลิง เสียเวลาไปครึ่งปีก็ไม่ได้อะไร สู้กลับมาเร็ว ๆ และหาลูหลานตนะกูลใหญ่ที่พึ่งได้ในจินหลิงดีกว่า
พอดีเลย เมื่อกี้หลานชายเข้ามา และพูดอย่างมีความสุขว่า วันนี้เขาทุ่มหน้าสุดตัว ใช้ทุกวิถีทางในที่สุดเขาก็เชิญคุณชายตระกูลกู้มาได้ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกว่า นี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับลูกสาว
แต่ว่า ในใจต่งรั่งหลินไม่มีคุณชายตระกูลกู้เลย
แม้แต่คุณชายตระกูลเย่ที่ลึกลับ ตอนนี้เธอก็ไม่สนใจแล้ว หลังจากที่เย่เฉินเคยช่วยชีวิตเธอไว้ ในใจของเธอก็มีแต่เย่เฉิน และไม่มีใครสามารถเข้าไปในดวงตาของเธอได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...