ในตอนที่กำลังจะเกิดวิกฤตอันตรายอย่างใหญ่หลวง เย่เฉินวางกู้ชิวอี๋ที่อยู่ในอ้อมแขนลง ตามทันเด็กผู้หญิงที่สูญเสียการควบคุมคนนั้นมาด้วยความรวดเร็ว ในหนึ่งวินาทีก่อนท่ีกำลังจะเกิดการพุ่งชนกับต่งรั่งหลินนั้น ก็ช้อนตัวอุ้มเธอขึ้นมาดื้อๆในทันที!
ต่งรั่งหลินลืมตาขึ้น พบว่าเป็นเย่เฉินที่หยุดยั้งเด็กผู้หญิงที่สูญเสียการควบคุมคนนั้นเอาไว้ในช่วงเวลาสำคัญ ในใจรู้สึกมีความสุขทั้งยังโมโหจริงๆ
ที่มีความสุขก็คือ เย่เฉินจะเหมือนกับเจ้าชายขี่ม้าขาวปรากฏตัวอยู่ที่ด้านหน้าของเธอในช่วงเวลาวิกฤต ขวางกั้นอันตรายทั้งหมดให้กับตนเองเสมอ
ที่โมโหก็คือ ตนเองสารภาพกับเขามานานขนาดนี้ ทุ่มทั้งกายและใจไปที่เขาหวังว่าจะสามารถเป็นคนรักแอบๆของเขาได้ แต่เขาปฏิเสธตนเองด้วยเหตุผลที่ถูกต้องและวาทะที่เต็มไปด้วยสัจธรรมครั้งแล้วครั้งเล่า ปฏิเสธมาโดยตลอดจนถึงตอนนี้
แต่เธอคิดไม่ถึงเลยว่า คนๆนี้จะแอบหาคนรักแบบแอบๆที่เย่นจิงเสียเอง!
เย่เฉินในเวลานี้ยังไม่ได้สังเกตเห็นต่งรั่งหลิน
ความสนใจของเขาล้วนอยู่ที่เด็กคนนั้น เพราะในใจของเขารู้ดีมากว่า หากเกิดการชนกระแทก โอกาสในการได้รับบาดเจ็บของเด็กจะสูงกว่า การชนกระแทกในแบบเดียวกัน ผู้ใหญ่บางทีอาจจะพักเล็กน้อยก็จะดีขึ้น แต่เด็กมีความเป็นไปได้อย่างมากว่าต้องพักรักษาที่โรงพยาบาล
โชคดีที่เด็กเพียงแค่ได้รับความตกใจเท่านั้น ไม่ได้รับบาดเจ็บที่เป็นรูปธรรมอะไร
เด็กผู้หญิงในเวลานี้ลืมตาขึ้น เห็นว่าเป็นเย่เฉินที่ช่วยชีวิตตนเองเอาไว้ ให้ตนเองไม่ได้ไปชนคนอื่น ก็ถอนหายใจยาวออกมา เอ่ยอย่างซาบซึ้งว่า “ขอบคุณค่ะคุณอา ขอบคุณมาก…”
เย่เฉินยิ้มเล็กน้อย วางเธอลงบนพื้นน้ำแข็ง กำชับเธอว่า “สาวน้อย ต่อไปเล่นสเก็ตน้ำแข็งจะต้องจำไว้ว่าความเร็วช้าลงหน่อย”
สาวน้อยรีบพยักหน้าในทันที “ขอบคุณค่ะคุณอา หนูรู้แล้วค่ะ…”
พูดจบ เธอก็โบกมือให้กับเย่เฉินอย่างระมัดระวัง “ลาก่อนค่ะคุณอา”
ต่งรั่งหลินเบ้ปาก “ทุกคนต่างก็เป็นผู้ใหญ่ คุณก็ไม่ต้องยิ่งอยากปกปิดยิ่งเห็นได้ชัดอยู่ที่นี่แล้ว คุณไม่ใช่ก็แค่กลัวว่าฉันจะกลับไปบอกเซียวชูหรันหรอกหรอ?”
เย่เฉินเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง “รั่งหลิน เรื่องนี้คุณเข้าใจผมผิดแล้วจริงๆ”
ในขณะที่กำลังพูด กู้ชิวอี๋ได้มาถึงที่ด้านข้างพอดี เธอเห็นเย่เฉินกำลังพูดคุยกับสาวสวยคนหนึ่งอยู่ ก็เลยถือโอกาสคล้องแขนของเย่เฉินเอาไว้ เอ่ยถามอย่างสนิทสนมว่า “พี่เย่เฉิน คุณผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนของพี่หรอคะ?”
เย่เฉินพยักหน้าเล็กน้อย “คือเพื่อนร่วมชั้นเรียนสมัยมหาวิทยาลัยของพี่”
กู้ชิวอี๋พอได้ฟังว่าเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนสมัยมหาวิทยาลัยของเย่เฉิน ก็หันซ้ายหันขวา เห็นบริเวณนี้นอกจากต่งรั่งหลินกับน้องสาวของเธอแล้ว ไม่ได้มีคนอื่นอีก ก็เลยออกมาจากมารยาท ถอดผ้าปิดปากของตนเองออก ยื่นมือออกไปหาต่งรั่งหลิน ยิ้มพร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “สวัสดีค่ะพี่สาว ฉันคือกู้ชิวอี๋!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...