เดิมที ต่งรั่งหลินยังรู้สึกเพียงแค่ ข้ออ้างของเย่เฉินสามารถพอคล้องจองกับอดีตไปได้ แต่มักจะมีบางจุดที่ทำให้เธอรู้สึกว่ายังมีความไม่ปกติอยู่บ้าง
แต่ว่า คำพูดเย้ยหยันตัวเองนี้ของเย่เฉิน ได้กวาดทิ้งความสงสัยเพียงเล็กน้อยที่อยู่ในใจของต่งรั่งหลินออกไป
เธอคิดถึงตอนที่เข้าเรียนแรกๆ เย่เฉินอยู่ในมหาวิทยาลัย ถูกคนดูถูกต่างๆนาๆ แม้แต่เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่ถิ่นกำเนิดยากจนแบบเดียวกัน ต่างก็ยังสามารถกำเริบเสิบสานรังแกเขาได้
แต่เขา กลับไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยกับใครมาก่อน ยิ่งไม่โต้เถียง ทะเลาะวิวาทกับใคร ดูเหมือนทุกเรื่องล้วนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับเขา
ด้วยนิสัยเช่นนี้ของเย่เฉิน ไม่มีทางนำเรื่องที่เขารู้จักกับกู้ชิวอี๋พูดออกมาได้จริงๆ
อีกทั้ง ต่อให้เขาพูดออกมา ก็ไม่มีใครเชื่ออย่างแน่นอน
คิดถึงตรงนี้ เธอกลับมีความรู้สึกนับถือเย่เฉินขึ้นมาเล็กน้อยแทนเสียด้วยซ้ำ
รู้จักตระกูลกู้ จับคู่เป็นพี่ชายน้องสาวกับคุณหนูตระกูลกู้ กลับไม่เคยนำเรื่องนี้บอกกับใคร ยอมถูกคนอื่นดูถูก ก็ไม่เคยคิดใช้ประโยชน์กับความสัมพันธ์นี้ จุดนี้หาได้ยากมากจริงๆ
แต่ว่า เธอยังคงแอบมีความกังวลอยู่เล็กน้อย
เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ เธอเห็นเย่เฉินและกู้ชิวอี๋ทีท่าสนิทสนมกัน ดังนั้น มักจะรู้สึกว่าระหว่างสอนคนนี้ ดูเหมือนไม่ค่อยปกติสักเท่าไร
ดังนั้นเธอก็เลยเอ่ยถามเย่เฉินอย่างลองหยั่งเชิงว่า “เย่เฉิน ชูหรันรู้ความสัมพันธ์ของคุณกับคุณกู้หรือเปล่า?”
ต่งรั่งหลินพยักหน้าเบาๆ ได้ยินเย่เฉินชอบเอาคำเรียกยาจกมาเย้ยหยันตัวเอง ในใจของเธอก็รู้สึกสงสารขึ้นมาอย่างกะทันหัน ก็เลยเอ่ยว่า “เย่เฉิน คุณก็อย่าดูถูกตัวเองจนเกินไปแบบนี้ตลอดเวลาได้แล้ว ที่จริงแล้วคุณคนนี้สุดยอดมากนะ ฉันคิดว่าน้อยมากที่จะมีคนเทียบกับคุณได้!”
คำที่ต่งรั่งหลินพูดเหล่านี้ ล้วนออกมาจากใจ
เธอคิดว่าเย่เฉินไม่ธรรมดาเป็นอย่างมากจริงๆ อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง แค่พละกำลังเพียงอย่างเดียวก็ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะสามารถเปรียบเทียบได้อย่างแน่นอน ในตอนแรกที่นักเลงสองหัวไม้เจิ้นหนานอยู่ต่อหน้าเขา แทบจะไม่มีความสามารถในการโจมตีกลับใดๆเลยแม้แต่น้อย
ดูจากกำลังการต่อสู้ที่น่ากลัวแบบนี้ของเย่เฉิน คนที่สบประมาทเขาในอดีตที่ผ่านมา ที่จริงแล้วไม่ใช่คู่ต่อกรของเขาเลย เพียงแต่เย่เฉินไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยกับคนเหล่านั้นก็เท่านั้น
กู้ชิวอี๋ที่อยู่ด้านข้างไม่ได้พูดอะไรมาโดยตลอด เธอรู้ว่าคำพูดหนึ่งประโยคที่ไม่ได้เจตนาเมื่อครู่นี้ของตนเอง เกือบก่อเรื่องให้กับเย่เฉิน โชคดีสมองของเย่เฉินตอบสนองไว ไม่เช่นนั้นอธิบายเรื่องนี้ยากมากจริงๆ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...