บทที่ 152 นี่ถึงจะเป็นความสุขใจของจริง(2)
แต่ไม่คิดว่า ภายนอกเธอนับถือพระ แต่ภายในเป็นพวกโลภโมโทสัน
ในตอนนั้น ถ้ามีใครให้เงินเขาหนึ่งล้าน เขาก็ยอมคุกเข่าให้คนนั้นเพื่อเงิน1ล้าน
คนเรา ตอนที่ไม่มีเงิน ก็จะไม่มีทางหักห้ามแรงดึงดูดของเงินได้
คนที่มองว่าเงินเป็นของนอกกายจริงๆ นั้น ล้วนเป็นคนที่มีเงินที่ใช้ไม่หมดแล้วในชีวิตนี้
ก็เหมือนกับตนเองในตอนนี้ สิบยี่สิบล้านเท่านั้นเอง เงินในบัญชีตนเองตั้งหลายหมื่นล้าน ก็ไม่รู้จะใช้อย่างไรแล้ว ตี้เหากรุ๊ปแต่ละปีมีดอกเบี้ยกว่าร้อยล้าน ตนเองก็ไม่รู้จะใช้อะไรแล้ว
ในสถานการณ์เช่นนี้ จะเอาเงินสิบยี่สิบล้านไปทำไมกัน? ตนเองยอมไม่เอาเงินก้อนนั้น เพื่อให้พวกเขาเคารพ เรียกปรมาจารย์ๆ ไม่ขาดปาก เรียกว่าผู้มีพระคุณไม่ขาดปาก
นี่ต่างหากที่เป็นความสุขใจของจริง
เพียงแต่ คำพูดพวกนี้ ตนเองหรือจะสามารถพูดกับซ่งหวั่นถิงได้
ตอนนี้เธอคิดว่าตนเองนั้นเป็นคนที่มองเงินเป็นของนอกกาย แล้วยังเป็นเทวดาที่มีความสามารถเหนือใคร
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ให้เธอคิดเช่นนั้นต่อไปก็แล้วกัน!
ในตอนนั้นเอง ซ่งหวั่นถิงดูเหมือนจะดื่มไปมากแล้ว เริ่มพูดคนเดียวว่า “จริงๆ แล้ว เรื่องอื่นๆ ล้วนอดทนได้หมด แต่เรื่องแต่งงานนี้ ฉันไม่อยากถูกพวกเขาควบคุมจริงๆ ฉันไม่อยากเป็นหมากของพวกเขา ไม่อยากแต่งกับผู้ชายที่ตนเองไม่ได้รัก และไม่อยากเอา
ความสาว ความสุขของตนเองไปสังเวยให้กับตระกูลซ่ง ฉันไม่อยากเดินตามรอยแม่ของฉัน”
ซ่งหวั่นถิงหยักหน้าเบาๆ แล้วก็ปาดน้ำตา พูดว่า “จะว่าไป วันนี้ต้องขอบคุณคุณมากจริงนะคะ คุณเย่ ไม่เพียงช่วยชีวิตปู่ฉันไว้ ยังมาฟังฉันเล่าเรื่องไร้สาระพวกนี้ด้วย ขอบคุณจริงๆ ค่ะ!”
เย่เฉินหัวเราะเบาๆ พูดว่า “ไม่ต้องเกรงใจครับ พวกเราก็นับว่าเป็นเพื่อนกัน เพื่อนกันไม่ต้องเกรงใจกันขนาดนี้ มันจะดูห่างเหิน”
“อืม!” ซ่งหวั่นถิงหยักหน้าแรงๆ พูดว่า “นี่ก็ผ่านไปนานแล้ว คุณเย่คะ ให้ฉันไปส่งคุณไหมคะ?”
เย่เฉินโบกปฏิเสธ “คุณไม่ต้องส่งผมหรอกครับ แต่คุณเองก็ไม่น่าจะขับรถไหว ทางที่ดีหาคนมาขับให้ดีกว่า”
ซ่งหวั่นถิงพยักหน้า พูดว่า “คุณวางใจเถอะ ผู้จัดการผู้หญิงที่นี่สามารถขับให้ฉันได้ ฉันจะไปส่งคุณกลับก่อนดีกว่า!”
……

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...