ซูจือหยูถามกลับ “นายเพิ่งรู้จักฉันวันแรกหรือไง?"
...
ในขณะนี้ ทากาฮาชิ เอคิจิ มองเย่เฉินอย่างเย็นชา
เขาอยากจะออกคำสั่ง ให้คนเข้าไปทุบตีเย่เฉินให้ตายอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม ที่นี่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยโตเกียวและเป็นในตัวเมือง มีหลายคนมองอยู่ หากเขาลงมืออย่างเปิดเผย หลังจากนี้จะต้องมีข่าวต่างๆตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่
บวกกับตอนนี้ในรถยังมีแขกผู้มีเกียรติอยู่สองคนโดยเฉพาะซูจือหยู ซึ่งถือว่าเป็นเสป็คของเขา ตนเองควรจะต้องรักษาท่าทีการวางตัวต่อหน้าเธอให้ดี หากเขาเปิดเผยนิสัยวางอำนาจบาตรใหญ่ชอบใช้ความรุนแรงออกไป จะต้องส่งผลต่อความประทับใจของซูจือหยูที่มีต่อตนอย่างแน่นอน
ดังนั้น เขาจึงมองไปที่เย่เฉินและแค่นเสียงอย่างเย็นชา จากนั้นจึงพูดอย่างยโส “ไอ้หนุ่ม วันนี้ถือว่านายโชคดี ฉันไม่อยากจะลดตัวไปหานาย ถ้านายคุกเข่าลงและคำนับฉันสามครั้ง เรื่องนี้ก็จะถือว่าจบลง!"
เย่เฉินคล้ายกับกำลังได้ยินเรื่องตลกครั้งใหญ่ “นี่นาย ดูเหมือนว่าจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์อยู่เล็กน้อย ปัญหาข้อสำคัญในตอนนี้ก็คือ นายติดหนี้แขนสองข้างกับฉัน!”
"นาย..." ทากาฮาชิ เอคิจินับถือเขาแล้วจริงๆ เขาแอบคิดกับตัวเองลับๆ “อุตส่าห์ใจดีหาทางรอดให้เจ้านี่ แต่เขากลับเลือกทางตาย แบบนี้ถ้าฉันอาศัยสถานการณ์นี้ทุบตีเขา ใครก็โทษฉันไม่ได้แล้วสินะ?"
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็กัดฟันพูดว่า “ไอ้เด็กเวร! ฉันอุตส่าห์ไว้หน้าแก แต่ไม่ใช่ให้แกขึ้นมาเหยียบจมูกฉัน! ในเมื่อโอกาสนี้นายไม่อยากได้ อย่างนั้นก็อย่าโทษว่าฉันหยาบคาย!”
พูดจบ เขาก็ตะโกนบอกบอดี้การ์ดทันที "จัดการให้ฉัน!"
ทันทีที่เสียงสิ้นสุดลง หญิงสาวร่างผอมบางก็พุ่งเข้าใส่ฝูงชนทันที เธอก็คือสาวชาวจีนที่ดีดกีตาร์ร้องเพลงอยู่บนท้องถนนคนนั้น
เมื่อกี้นี้เธอเห็นทักษะฝีมือของเย่เฉินแล้ว เธอรู้ว่าเย่เฉินไม่ใช่คนธรรมดา บางทีเขาอาจจะมีความสามารถต่อกรกับคนเหล่านี้ได้จริงๆ แต่ถ้าเขาต้องมาบาดเจ็บเพราะเสียสมาธิมาปกป้องเธอ แบบนั้นตัวเธอก็ยากจะแก้ตัวจริงๆแล้ว!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เธอก็ได้แต่ยืนอยู่ด้านหนึ่งอย่างกังวล โทรศัพท์มือถือของเธอตอนนี้ถูกป้อนหมายเลขแจ้งตำรวจเอาไว้แล้ว หากสถานการณ์ดูท่าไม่ดี เธอก็จะโทรหาตำรวจทันที
ในเวลานี้ ซูจือหยูที่อยู่ในรถโรลส์รอยซ์มองไปที่เย่เฉิน เธออดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้นและพูดกับซูจือเฟยว่า "เฮ้ คนญี่ปุ่นที่นายพูดถึงที่แท้เป็นคนจีน!"
ซูจือเฟยถอนหายใจ “ในเมื่อเป็นคนจีน อย่างนั้นก็น่าจะรู้หลักมังกรแข็งแกร่งไม่สยบงูเจ้าถิ่นสิ ทำไมถึงได้ทำตัวเป็นศัตรูกับทากาฮาชิ เอคิจิได้ เจ้าหนุ่มคนนี้นิสัยออกจะมุทะลุไปหน่อย...”
ซูจือหยูส่ายหัวและกล่าวอย่างเสียดาย “ผู้ชายคนนี้หน้าตาไม่เลว คิดไม่ถึงว่าสมองจะไม่ค่อยดี…”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...