ลูกน้องที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นของเฉินจื๋อข่าย ได้จองโรงแรมที่ดีที่สุดในนาโงยะให้พวกเขาไว้แล้ว
เย่เฉินก็ยังรู้สึกได้ว่านินจาสี่คนนั้นยังคงสะกดรอยตามตัวเองอยู่ตลอด และพวกเขาก็ตามมาถึงโรงแรมแห่งนี้
หลังจากที่เย่เฉินและคนอื่นๆเช็กอินเข้าพักที่โรงแรมแล้ว หัวหน้านินจาสี่คนนี้ที่ชื่อฟูจิบายาชิมาสะ ได้พานินจาที่เหลืออีกสามคนมาที่แผนกต้อนรับของโรงแรม
พวกเขาจองห้องพักสี่ห้องบนชั้นเดียวกันกับเย่เฉิน
พวกเขาฉลาดมากๆในการจองห้องพักสี่ห้องที่แตกต่างกัน และสี่ห้องนี้มีสองห้องอยู่ติดกับลิฟต์สองตัว และอีกสองห้องอยู่ติดกับบันไดหนีไฟที่อยู่ปลายทางทั้งสองด้าน
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อย ทำให้การออกแบบอาคารต่างๆของพวกเขา ต้องพิจารณาบันไดหนีไฟเป็นพิเศษ
มันหายากมากๆ ที่ในหนึ่งอาคารจะมีบันไดหนีไฟถึงสองที่
เหตุผลที่พวกเขาต้องจองห้องในลักษณะแบบนี้ เพราะพวกเข้าต้องการควบคุมและรับรู้การเคลื่อนไหวทุกย่างก้าวของเย่เฉิน เพื่อให้พวกเขาสามารถจับตาดูเย่เฉินได้อย่างง่ายดาย
ทำไมพวกเขาถึงไม่จองห้องพักที่อยู่ใกล้ๆกับเย่เฉิน เพราะห้องส่วนใหญ่ที่อยู่ในบริเวณใกล้ๆกับห้องของเย่เฉิน ถูกลูกน้องของเฉินจื๋อข่ายจองไปหมดแล้ว
เย่เฉินพักผ่อนอยู่ในห้องได้ไม่นาน ก็รู้สึกได้ว่านินจาสี่คนนี้กำลังเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และรู้สึกได้ว่าพวกเขาได้เข้าพักในห้องที่อยู่ชั้นเดียวกับตัวเอง ทำให้เย่เฉินมีแผนการในใจทันที
คืนนี้ เขาอยากจะลองต่อสู้กับนินจาญี่ปุ่นพวกนี้ ดูว่าพวกเขามีความสามารถมากน้อยแค่ไหน
ช่วงอาหารค่ำ ลูกน้องของเฉินจื๋อข่ายได้พาทุกคนไปทานข้าวปลาไหลที่โด่งดังที่สุดในท้องถิ่น ในร้านอาหารที่มีชื่อเสียงที่สุดในนาโงยะ
หลังจากทานอาหารเสร็จ หงห้าแนะนำให้ทุกคนไปเที่ยวที่ซากาเอะของนาโงยะด้วยกัน เย่เฉินจงใจพูดว่า:"พวกคุณไปเถอะ ฉันอยากออกไปเดินเล่นคนเดียว"
ฟูจิบายาชิมาสะหัวเราะอย่างเย็นชาและพูด:"เขาได้เช็กอินเข้าพักที่โรงแรมแล้ว เขาต้องกลับไปที่โรงแรมอย่างแน่นอน ไม่หนีไหนหรอก"
ศิษย์น้องอีกคนก็ถามทันที:"ศิษย์พี่ ความหมายของศิษย์พี่คือไม่ต้องสะกดรอยตามเขาแล้วใช่ไหม?"
ฟูจิบายาชิมาสะเอ่ยปากพูด:"ยังไงก็ต้องสะกดรอยตามเขาไป เพราะฉันเคยรับปากคุณทากาฮาชิ จะไม่ยอมปล่อยให้เขาละสายตาหรือหนีไปได้ ถ้างั้นก็ให้น้องสี่ไปติดตามเขา น้องรองกับน้องสามกลับไปโรงแรมพร้อมกับฉัน อาศัยจังหวะที่พวกเขายังไม่ได้กลับมาที่โรงแรม พวกเราแอบเข้าไปในห้องของพวกเขาและใส่เครื่องดักฟัง"
มีชายอายุสามสิบกว่าๆที่นั่งอยู่ด้านหลังรถยนต์พูดออกมาทันที:"ได้ครับศิษย์พี่ ฉันจะสะกดรอยตามเขาเอง!"
ฟูจิบายาชิมาสะตอบตกลงและพูดว่า:"คุณสะกดรอยตามเขาอยู่ไกลๆก็พอ แต่อย่าให้เขาละสายตาเด็ดขาด ถ้ามีเหตุการณ์อะไรผิดปกติก็รีบโทรหาฉันทันที เข้าใจไหม?"
"เข้าใจแล้ว ศิษย์พี่!"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...