เมื่อเห็นเย่เฉินปฏิเสธข้อเสนอของเขาชั่วคราว นางาฮิโกะ อิโตะก็ถอนหายใจด้วยความเสียดาย
เขาหวังเป็นอย่างยิ่งจริงๆว่า เย่เฉินจะสามารถทำให้การขนส่งทางทะเลได้จัดตั้งยืนขึ้นมาได้
นั่นเพราะในตอนนี้ ตลาดการขนส่งทางทะเลของเอเชียส่วนใหญ่อยู่ในประเทศจีน
ท่าเรือที่พลุกพล่านที่สุด 10 อันดับแรกของโลกมากกว่าครึ่งเป็นท่าเรือของจีน มีเพียงการนำเข้าและส่งออกขนาดใหญ่แบบนี้เท่านั้น ที่จะสามารถสนับสนุนอุตสาหกรรมการขนส่งทางทะเลขนาดใหญ่ได้
จุดนี่ อยู่ไกลเกินเอื้อมจากญี่ปุ่น
ดังนั้น แม้ว่าตระกูลอิโตะอยากจะทำมันเอง แต่ก็ไม่มีตลาดและการสนับสนุนที่มากเพียงพอ เรียกได้ว่าหากขาดปัจจัยสนับสนุนก็ไม่อาจสำเร็จขึ้นมาได้
ดังนั้น เขาจึงพูดกับเย่เฉินว่า "คุณเย่ ในอนาคตตระกูลอิโตะจะค่อยๆ ส่งมอบต่อให้กับนานาโกะเป็นคนดำเนินการและจัดการ หากคุณเปลี่ยนใจ คุณสามารถติดต่อเธอได้ทุกเมื่อ ผมเชื่อว่าพวกคุณจะต้องสร้างรากฐานในการร่วมมือที่ดีอย่างยิ่งได้แน่"
เย่เฉินพยักหน้าเบา ๆ และพูดอย่างจริงจัง "ถ้าหากผมมีความคิดนี้ ผมจะต้องติดต่อคุณหนูนานาโกะแน่"
นางาฮิโกะ อิโตะยิ้มแล้วพูดว่า "นานาโกะเป็นเด็กดี ผมกล้าพูดได้ว่า ด้วยคุณสมบัติที่ครอบคลุมของเธอ ทั่วทั้งญี่ปุ่นก็อาจไม่สามารถหาผู้หญิงที่ดีไปกว่าเธอได้อีกแล้ว ใครก็ตามที่แต่งงานกับเธอ ก็คือการแต่งงานกับยามาโตะนาเดชิโกะที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นและจะต้องเป็นที่อิจฉาของชายหนุ่มทั่วโลกอย่างแน่นอน”
เย่เฉินยิ้มอย่างความปรารถนาดีและไม่ได้ตอบอะไร
นางาฮิโกะ อิโตะรู้ว่ากรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว ดังนั้นจึงเอ่ยปากว่า "คุณเย่ คุณกับลูกสาวผมเดินทางมาตลอดทั้งคืนยังไม่ได้พักผ่อน ให้ผมสั่งคนไปส่งพวกคุณที่บ้านและพักผ่อนสักหน่อยดีไหม"
เย่เฉินโบกมือ "ไม่เป็นไรครับคุณอิโตะ ผมยังมีเรื่องอื่นที่ต้องทำ ต้องรีบกลับไปที่โอซาก้า ไม่รบกวนมากแล้ว"
“จะทำอย่างนั้นได้ยังไงกัน” นางาฮิโกะ อิโตะพูดอย่างจริงจังว่า "คุณเย่ คุณขับรถมาที่นี่ทั้งคืน ไม่ได้พักผ่อน อีกทั้งยังอาจถึงขั้นไม่ได้ทานอาหาร ถ้าคุณไปแบบนี้ การต้อนรับที่บรรพบุรุษของตระกูลอิโตะของเราถ่ายทอดกันมา จะไม่กลายเป็นเรื่องน่าหัวเราะไปหรอกหรือ"
ทั้งสองคนขับรถหลังเที่ยงคืนรถมาโตเกียวนานกว่าสามชั่วโมง ตอนนี้เพิ่งจะเป็นเวลาตีสี่กว่าๆเท่าเอง
อีกทั้งตอนนี้ก็เป็นฤดูหนาว แต่เดิมท้องฟ้าก็สว่างช้าอยู่แล้ว อย่างน้อยๆก็ยังมีเวลากว่าสองชั่วโมงก่อนรุ่งสาง
เมื่อเห็นว่าทั้งพ่อและลูกสาวต่างเกรงใจอย่างยิ่ง เย่เฉินจึงได้แต่ต้องตอบปากรับคำและกล่าวว่า "ในเมื่อเป็นแบบรี้ อย่างนั้นผมก็ได้แต่ต้องเคารพเชื่อฟังแล้ว"
เมื่อได้ยินดังนั้น เอมิ อีโตะก็รีบพูดว่า "อย่างนั้นฉันจะจัดการขบวนรถ ตอนนี้คนจากกรมตำรวจก็มากันเยอะมากแล้ว ให้คนคุ้มกันไปตลอดทาง สามารถรับประกันความปลอดภัยได้"
นางาฮิโกะ อิโตะพยักหน้าและเอ่ยกำชับว่า “จะต้องรับรองคุณเย่ให้ดีๆ”
...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...