“ที่รัก ส่วนนี่ผมซื้อมาให้คุณ ลองเปิดดูสิว่าถูกใจหรือเปล่า!”
เซียวชูหรันเอ่ยระคนตกใจว่า “ซื้อให้ฉัน? ที่รัก กว่าคุณจะหาเงินมาได้ ปกติฉันไม่ค่อยเห็นคุณซื้ออะไรให้ตัวเองเลย ออกไปข้างนอกทีไรก็ซื้อของมาฝากฉันตลอด...”
หม่าหลันที่อยู่ข้างๆรีบพูดขึ้นมาว่า “ยัยโง่ ที่เย่เฉินทำอย่างนี้ก็เพราะแคร์แก รักแก เอ็นดูแกไง นี่คือตัวอย่างของผู้ชายดีๆ!แกดูตาแก่ขี้งกพ่อของแกสิ เคยซื้ออะไรมีราคาให้ฉันบ้าง?”
เซียวเฉิงควานเอ่ยพูดอย่างฟึดฟัด “คนถือเงินในครอบครัวก็มีแต่คุณทั้งนั้น แม้แต่เศษเงินผมก็ไม่ได้ แล้วจะไปซื้อของให้คุณได้ยังไง?”
หม่าหลันถุยน้ำลายออกมา “ถุ้ยเถอะ! ถ้าเป็นสามีคนอื่นต่อให้ไม่มีเงินขนาดไหน ก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อหาซื้อของให้ภรรยาตัวเอง แล้วคุณล่ะ? เอาแต่อ้างว่าไม่มีเงิน หลายปีมานี้ คุณไม่เคยเก็บเงินส่วนตัวไว้เลยเหรอ?”
เซียวเฉิงควานหยิบสูทที่เย่เฉินซื้อให้เขาขึ้นมา แล้วส่งเสียงหึๆพูดออกมาว่า “ผมไม่เถียงเรื่องไร้สาระแบบนี้กับคุณหรอก ผมกลับไปลองใส่สูทที่ลูกเขยซื้อมาให้ที่ห้องดีกว่า พรุ่งนี้สมาคมศิลปะจีนมีกิจกรรมพอดีเลย ผมจะใส่สูทใหม่ตัวนี้ไปเข้าร่วมเสียหน่อย”
ด้านเซียวชูหรันก็กำลังเปิดกล่องออกอย่างระมัดระวัง
เมื่อเธอเห็นแหวนเพชรเป็นประกายระยิบระยับวางอยู่ในกล่องเครื่องประดับ ก็ใช้มืออุดปากเอาไว้อย่างตกใจ
หม่าหลันตาเบิกโพลงขึ้นหลายเท่า อุทานอย่างตกใจว่า “แม่เจ้า! เพชรใหญ่มาก อย่างน้อยก็ต้องสามกะรัตไหม?!”
เย่เฉินพูดยิ้มๆว่า “คุณแม่นี่รอบรู้เรื่องสินค้าจังเลยนะครับ เพชรในแหวนวงนี้ 3.2 กะรัตครับ”
“โอโห!!!”
เธอพูดพร้อมกับเช็ดน้ำตา จากนั้นก็พูดต่อว่า “อีกอย่างคุณดูคุณสิ....ทุกครั้งมีแต่ซื้อของให้ฉันกับพ่อแม่ฉัน แต่ไม่เคยซื้อของให้ตัวเองเลย ฉันจะไปรู้สึกดีกับมันได้ยังไง...”
เย่เฉินหัวเราะออกมาเล็กน้อย หยิบแหวนออกมา พร้อมกับกุมมือของภรรยาเอาไว้ เอ่ยพูดอย่างจริงใจว่า “ชูหรัน การที่ได้แต่งงานกับคุณ คือความสุขของผม ผมขอบคุณที่หลายปีมานี้คุณไม่เคยทิ้งผมไปไหน แหวนวงนี้ คือสิ่งของที่คนเป็นสามีอย่างผมติดค้างคุณ ตอนนี้ผมชดเชยให้คุณแล้ว คุณต้องรับมันเอาไว้นะ!”
“ใช่ๆ!” หม่าหลันเอ่ยสนับสนุนอยู่ข้างๆ “ลูกรัก แกดูสิเย่เฉินเขาดีและใส่ใจแกขนาดนี้เลยนะ!แกต้องอยู่กับเย่เฉินให้มีความสุข รีบๆมีลูกด้วยกันสักที!”
เซียวชูหรันที่ตอนแรกยังซาบซึ้งกับคำสารภาพสุดลึกซึ้งของเย่เฉิน ในตอนที่ได้ยินมารดาพูด กลับเบิกตาโพลงหน้าแดงแปร๊ด
ในตอนนี้เอง เย่เฉินก็สวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธออย่างระมัดระวัง พูดกลั้วยิ้มว่า “ที่รัก การอยู่ข้างกันคือคำสารภาพที่ยาวนานที่สุด ขอบคุณที่ตลอดหลายปีมานี้อยู่เคียงข้างผมนะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...