บทที่178 ทำให้ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก(2)
ฉินเอ้าเสวี่ยนเก็บอารมณ์ตื่นเต้นสุดขีดไว้ในใจ กลับบ้านด้วยความรู้สึกปิติยินดี
ที่บ้านตระกูลฉินเวลานี้ ฉินกางเฝ้ารอด้วยจิตใจร้อนรน
เขาไม่รู้ว่าลูกสาวไปร้องขอยาวิเศษ เย่เฉินจะยินดีให้หรือไม่
แม้ว่ายังไงเขายินดีเป็นสุนัขรับใช้เย่เฉินก็ตาม แต่เขากลัวว่าเย่เฉินจะดูแคลนตระกูลฉินของตน
ตระกูลฉินในจินหลิง มีอิทธิพลมากกว่าตระกูลของหวังเจิ้งกางนิดหน่อย แต่กับตระกูลของซ่งหว่านถิงแล้วพอจะทัดเทียมกัน
เย่เฉินเอง เป็นเป้าหมายที่ตระกูลซ่งต้องการอาศัยอิทธิพลของเขา ต่อหน้าตระกูลซ่งแล้ว ตนจะมีโอกาสออกหน้าได้ยังไง?
ขณะที่อึดอัดจนอยู่ไม่สุข ฉินเอ้าเสวี่ยนกลับมาถึงบ้าน
รถของฉินเอ้าเสวี่ยน เพิ่งจะหยุดที่ลานจอดรถในคฤหาสน์ ฉินกางรีบวิ่งมาหาทันที
ฉินเอ้าเสวี่ยนหยุดรถดับเครื่องพอดี กำลังผลักประตูรถ ฉินกางรีบถามขึ้นทันทีว่า: “เอ้าเสวี่ยน เป็นยังไงบ้าง? อาจารย์เย่เห็นด้วยไหม?!”
ฉินเอ้าเสวี่ยน พยักหน้าด้วยน้ำตาคลอเบ้า พยักหน้าอย่างต่อเนื่อง
“พ่อ อาจารย์เย่รับปากแล้ว!”
“ยอดเยี่ยมมาก!” ฉินกางดีใจมากจนหัวเราะคำโตออกมา ตื่นเต้นเสียจนควบคุมตนเองไม่อยู่
ฉินเอ้าเสวี่ยนยังพูดต่ออีกว่า: “พ่อ อาจารย์เย่ยังบอกอีกว่า จะให้พวกเราสองเม็ด”
“อะไรนะ?!” ฉินกางถึงกับตะลึงงันจนตาลุกวาว!
“สองเม็ด?! ให้พวกเรา?! อาจารย์เย่จะให้ยาวิเศษพวกเราสองเม็ด?! ลูกได้ยินไม่ผิดนะ?!”
ฉินเอ้าเสวี่ยนก้มหน้า พูดด้วยท่าทีเขินอายว่า: “อาจารย์เย่เขาพูดว่า เห็นแก่ความงามของลูก เขาไม่สามารถปฏิเสธได้......”
“ฮ่าฮ่าฮ่า!” ฉินกางหัวเราะออกมาคำโต ดีใจสุดขีดพูดว่า: “มีความหวัง! มีความหวัง! ดูท่าในอนาคต อาจารย์เย่อาจจะมาเป็นลูกเขยของตระกูลฉิน!”
ฉินเอ้าเสวี่ยนเขินอายอย่างมากพูดว่า: “ท่านพ่อ ท่านพูดอะไรหน่ะ......”
ฉินกางพูดด้วยความดีใจว่า: “ทุกอย่างย่อมเป็นไปได้! เอ้าเสวี่ยน ลูกต้องพยายามให้ถึงที่สุดนะ!”
พูดจบ ฉินกางพูดด้วยความตื่นเต้นอีกว่า: “อาจารย์เย่ มีพลังวิเศษ กระทำสิ่งไหนย่อมต่างจากคนปกติ แน่นอนว่าไม่สนใจประเพณีนิยมทั่วไปหรือข้อผูกมัดทางศีลธรรม มิฉะนั้นด้วยความสามารถของเขา ยอมที่จะอยู่ในฐานะลูกเขยตระกูลเซียวได้ยังไง? ดังนั้นลูกจ๋า ลูกต้องพยายามให้ถึงที่สุด ต้องต่อสู้เพื่อทำให้ข้าวสารเป็นข้าวสุกให้ได้กับอาจารย์เย่ อย่างดีที่สุดต้องมีลูกกับอาจารย์เย่ ถ้าเป็นอย่างนี้ ตระกูลฉินของพวกเรา เชิดหน้าชูตาได้อย่างแท้จริง!”
ฉินเอ้าเสวี่ยนอายเสียจนแทบจะมุดเข้าไปใต้ดิน เอามือปิดหน้าพูดว่า: “พ่อ ......พ่อพูดอะไรอย่างนั้น ดูไม่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่เลย!”
พูดจบ ก็กระทืบเท้าวิ่งกลับห้อง...
......

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...