พอได้ยินนายหญิงใหญ่พูด ให้ตนเช็ดหน้าต่างทุกบานในคฤหาสน์ให้สะอาด เฉียนหงเย่นก็พลันหมดอาลัยตายอยาก
เธอทนไม่ไหวพูดโพล่งออกมาว่า “คุณแม่! คฤหาสน์ของเราใหญ่โตขนาดนี้ ห้องหับก็มีมากมาย หน้าต่างเยอะแยะเต็มไปหมด ถึงฉันเช็ดตั้งแต่ตอนนี้จนผ่านเดือนแรกไปก็ยังเช็ดไม่เสร็จหรอกค่ะ!”
นายหญิงใหญ่เซียวยิ้มเย็นกล่าวว่า “เธอยังคิดจะลากยาวไปจนถึงเดือนแรกอีก? ฉันจะบอกเธอให้นะ! ก่อนคืนวันที่สามสิบเดือนสิบสองเธอต้องเช็ดหน้าต่างทั้งหมดในบ้านให้สะอาด อาหารวันส่งท้ายปีฉันก็จะไล่เธอไปกินในลานบ้าน!”
พอเฉียนหงเย่นได้ยินเช่นนี้ ตัวเธอก็โกรธมากมากถึงมากที่สุด!
ถ้าไม่ใช่เพราะเซียวฉางเฉียน เซียวไห่หลงและเซียวเวยเวยยังอยู่ที่นี่ เธอก็แทบจะพุ่งเข้าไปเสียเลยตอนนี้ ใช้เท้าข้างหนึ่งถีบนายหญิงใหญ่ให้ล้มลงกับพื้น จากนั้นก็เหยียบไปที่ท้องของเธอ กระชากใบหน้าเหี่ยวๆ นั่นของเธอให้หนำใจ
เพียงแต่น่าเสียดาย ตนเองไม่มีโอกาสได้ลงมือโดยสิ้นเชิง
เฉียนหงเย่นจนปัญญาเหลือแสน ต่อให้ในใจมีความไม่เต็มใจเป็นหมื่นครั้ง ก็ได้แต่กล้ำกลืนมันลงไปในท้อง พูดพึมพำว่า “คุณแม่ผู้แสนดี...ฉันรู้แล้ว...ฉันจะเช็ดอย่างสุดความสามารถแน่นอน...”
นายหญิงใหญ่เซียวแค่นเสียงเย็นชา “ยังถือว่ารู้จักคิด! เดิมก็เป็นผู้หญิงทำลายขนบธรรมเนียมของบ้าน ยังจะพูดจาไม่ซื่อสัตย์อีก ต่อให้เป็นอู๋ตงไห่ก็ช่วยเธอไม่ได้!”
เผชิญหน้ากับการชี้ไม้ชี้มือสั่งของนายหญิงใหญ่เซียว ในใจเฉียนหงเย่นจึงเต็มไปด้วยความหงุดหงิด
แต่เวลานี้ เธอจะเถียงกลับสักประโยคก็ยังไม่กล้า ได้แต่พยักหน้าติดๆ กัน กล่าวขึ้นอย่างอัปยศอดสูว่า “คุณแม่พูดถูก ฉันต้องเชื่อฟังคุณแม่แน่นอน!”
เวลานี้เซียวฉางเฉียนกล่าวว่า “คุณแม่ ผมจะขึ้นไปแขวนของตกแต่งชั้นบนหน่อย”
พอคิดถึงว่าปีใหม่แล้วหม่าหลันก็ยังไม่ยอมให้ตนได้สงบใจ ในใจเซียวฉางเฉียนก็อึดอัดจนเป็นทุกข์ กัดฟันเดินลงไปที่ชั้นล่าง พูดกับเซียวไห่หลงที่กำลังติดกระดาษลวดลายอยู่ในโถงรับแขกว่า “ไห่หลง แกตามพ่อมา! ไปหานังหม่าหลันคิดบัญชี!”
นายหญิงใหญ่เซียวขมวดคิ้วถามว่า “ไปหาหม่าหลันเวลานี้ทำไม?”
เซียวฉางเฉียนด่าอย่างหยาบคายระคนร้อนใจ “แม่ นังหญิงโสโครกหม่าหลันรังแกกันเกินไปแล้วจริงๆ มันแขวนหมวกเขียวมากมายไว้บนระเบียง แขวนไว้นานแล้วก็แล้วไป ตอนนี้ยังจะแขวนโคมแดงไว้ข้างหมวกเขียวทุกใบอีก นี่จะปีใหม่แล้วคงอยากให้ผมหงุดหงิดใจจนตายสินะ! ผมจะไปคิดบัญชีกับเธอ!”
นายหญิงใหญ่เซียวตวาดเสียงเฉียบขาดว่า “แกหยุดให้ฉันเดี๋ยวนี้! ไปหาหม่าหลันคิดบัญชี พวกแกสองคนสู้เย่เฉินได้เหรอ? หรือพวกแกสองคนอยากไปนอนในโรงบาลวันปีใหม่แทน?”
เซียวฉางเฉียนที่ยังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเมื่อสักครู่ พลันไฟมอดทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...