พอพนักงานถูกเย่ฉางหมิ่นซักถามเช่นนี้ ก็ไม่รู้ว่าควรจะตอบเช่นไรดีไปชั่วขณะ
ในใจเธอชัดเจนดี ความหมายของเถ้าแก่คือช่วงเช้าวันนี้ห้ามรับลูกค้า ดังนั้นตนพูดอะไรก็ไม่อาจปล่อยลูกค้าเข้ามาได้
ด้วยเหตุนี้เธอจึงรีบร้อนกล่าวว่า “ขอประทานโทษด้วยนะคะคุณผู้หญิง ช่วงเช้าพวกเราไม่รับลูกค้าจริงๆ ค่ะ พอดีคุณหม่าเธอจองไว้ล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นจึงขอประทานโทษด้วยจริงๆ ค่ะ”
เย่ฉางหมิ่นความโกรธแทบจะพวยพุ่งขึ้นมา
ตนอุตส่าห์ลดเกียรติมายังร้านเสริมสวยโกโรโกโสเช่นนี้ ไม่ต่างอะไรกับหงส์มาเยือนเล้าไก่ คิดไม่ถึงว่าเล้าไก่แห่งนี้ถึงกับไม่ยอมให้ตนเข้าไป?!
เธอพลันโกรธจนระงับอารมณ์ไม่อยู่เอ่ยขึ้นมาว่า “ไม่ยอมให้ฉันเข้าใช่ไหม!;? เชื่อไหมว่าร้านนี้ของเธอจะไม่ได้เปิดกิจการอีกต่อไปแล้ว?!”
พนักงานพลันทำอะไรไม่ถูกขึ้นมา
เธอเองก็มองออก ชุดที่เย่ฉางหมิ่นสวมใส่ มองแวบเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่คนธรรมดา หากไปยั่วโมโหเธอเข้าจริงๆ บางทีอาจจะเกิดความยุ่งยากขึ้นมาจริงๆ ก็ได้
ด้วยเหตุนี้เธอจึงได้แต่พูดอย่างนอบน้อมและนบนอบว่า “ขอประทานโทษด้วยนะคะคุณผู้หญิง คุณช่วยรอสักครู่ ฉันจะไปเชิญเถ้าแก่ของเรามา”
เย่ฉางหมิ่นโบกมืออย่างรังเกียจ “เร็วหน่อยล่ะ ความอดทนของคนอย่างฉันมีจำกัด!”
พนักงานจึงรีบวิ่งไปที่ห้องทำงานของเถ้าแก่ทันที เวลานี้เถ้าแก่กำลังอยู่ในห้องทำงานตัวเองเก็บกวาดของมีค่าอยู่
เขาวางแผนไว้ว่าวันนี้พอช่วยเซียวไห่หลงครั้งนี้แล้ว หลังรับเงินสองแสนนั้นของเซียวไห่หลง ก็จะเตรียมชิ่งหนีทันที กะว่าจะขนของในร้านออกไปทั้งหมดตอนเย็นวันนี้ ทำแบบนี้ ตอนที่พนักงานในร้านมาถึง ก็จะพบว่าร้านเสริมสวยคนได้จากไปแล้วเหลือแต่ตึกเปล่าๆ
นี่ก็คือวิธีการชิ่งหนีร้านเสริมสวยและร้านฟิตเนสมากมายหลายแห่งที่เขาทำมาตลอด ฉวยตอนที่คนไม่ทันระวังทาน้ำมันที่ใต้ฝ่าเท้า ใหัสมาชิกที่ถูกเล่นตุกติกกับบัตรชำระเงินล่วงหน้ารับมือไม่ทัน
พอเห็นเย่ฉางหมิ่น เจ้าของร้านก็มองออกว่าผู้หญิงคนนี้น่าจะมีฐานะไม่น้อย ในใจจึงเคร่งเครียดมากกว่าเดิม
ด้วยเหตุนี้จึงรีบร้อนเดินขึ้นหน้าไปถามว่า “คุณผู้หญิงท่านนี้ ไม่ทราบว่าคุณต้องการสิ่งใดครับ?”
เย่ฉางหมิ่นเอ่ยเสียงเย็น “ร้านของพวกคุณเปิดประตู ทำไมถึงไม่ให้เข้า? ยังบอกอีกว่าช่วงเช้าไม่รับลูกค้า หมายความว่ายังไง?”
เจ้าของร้านหัวเราะเหยๆ แล้วรีบกล่าวว่า “บอกตามตรงไม่ปิดบัง ช่วงเช้าพวกเรามีลูกค้าเหมาทั้งร้านไว้หมดแล้ว ดังนั้นจึงไม่สะดวกจะรับลูกค้าอีก ถ้าไม่อย่างนั้นช่วงบ่ายหรือไม่ก็พรุ่งนี้คุณค่อยมาที่นี่ดีหรือไม่ ผมจะหาช่างเทคนิคที่ดีที่สุดมาบริการคุณ!”
เย่ฉางหมิ่นกล่าวอย่างเหยียดหยาม “อย่ามาพูดแบบนี้กับฉัน ฉันมาที่ร้านโกโรโกโสของนายไม่ได้มาใช้บริการ!”
เจ้าของร้านขมวดคิ้ว “คุณไม่มาใช้บริการ แล้วมาทำอะไร?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...