เมื่อนายหญิงใหญ่เซียวได้ยินคำพูดนี้ของอีกฝ่าย คนทั้งคนก็ราวกับรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า ยืนตกตะลึงอยู่ตรงนั้น!
เธอพูดอ้อนวอนอย่างหมดหนทางว่า: “พี่ชายน้อยทั้งสอง รบกวนคุณโทรหาประธานอู๋ ก็บอกว่าตอนนี้พวกเราทั้งครอบครัวจนตรอกแล้ว ขอให้เขาเมตตากรุณาด้วย เหลือทางรอดให้พวกเราสักเล็กน้อย อย่างน้อยที่สุดก็เหลือรถเบนท์ลีย์คันนี้ไว้ให้พวกเราด้วย…”
หลังจากที่พูดจบ เธอรีบพูดเสริมว่า: “ถึงแม้ว่าจะยืมให้พวกเราขับไม่กี่ปีก็ได้!”
อีกฝ่ายพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ว่า: “ขอโทษด้วย ประธานอู๋ของพวกเราบอกแล้วว่า ตระกูลอย่างพวกคุณ ไม่มีความสามารถที่จะมีหน้ามีตาได้จริงๆ ดังนั้นเขาไม่อยากพัวพันผลประโยชน์ใดกับพวกคุณอีก คฤหาสน์ยังให้พวกคุณพักอาศัยอยู่ได้ ก็เป็นความเมตตาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาแล้ว ถ้าหากพวกคุณยังไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี งั้นก็ขอโทษด้วย คฤหาสน์ประธานอู๋ของพวกเราก็สามารถที่จะเอาคืนกลับมาได้ตลอดเวลา!”
นายหญิงใหญ่เซียวก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างฉับพลัน แต่ในเวลานี้ เธอไม่กล้าพูดคำอะไรก็ตามที่มันฝ่าฝืน
เซียวเวยเวยที่อยู่ข้างๆก็อดไม่ได้ที่จะสะอึกสะอื้น: “คุณทั้งสองได้โปรดบอกประธานอู๋สักคำเถอะ ดูสภาพพ่อของฉันและพี่ชายของฉันตอนนี้สิ พวกเราทั้งครอบครัวไม่มีคุณงามความดีก็มีการทำงานหนัก ไม่มีการทำงานหนักก็มีความเหน็ดเหนื่อยนะ…”
อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่า: “ถ้าหากพวกคุณยังพูดจาไร้สาระมากขนาดนี้ งั้นคฤหาสน์ก็ไม่มีแล้วจริงๆ”
ในเวลานี้นายหญิงใหญ่เซียวรีบเอ่ยปากพูดว่า: “เวยเวย ไม่ต้องพูดแล้ว! รีบเอากุญแจรถออกมา!”
ในใจของเซียวเวยเวยโกรธเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่กล้าดื้อรั้นขัดขืนต่อไป ดังนั้นจึงทำได้เพียงร้องไห้แล้วหยิบกุญแจรถออกมา และยื่นให้อีกฝ่าย
คนคนนั้นรับกุญแจมา และพูดกับคนของตระกูลเซียวว่า: “เอาล่ะ รถพยาบาลก็จัดเตรียมไว้ให้พวกคุณแล้ว พวกคุณทั้งห้าคนรีบกลับไปเถอะ รถยนต์พวกเราก็ขับกลับไปก่อนแล้ว”
เฉียนหงเย่นรีบตามขึ้นไปด้านหน้า และถามอย่างประจบสอพลอว่า: “แม่ค่ะ หนูก็ประคองแม่ด้วย!”
นายหญิงใหญ่เซียวสะบัดมือของเธอทิ้งในทันที และตวาดด้วยโกรธจนยั้งอารมณ์ไว้ไม่ได้ว่า: “ไสหัวออกไปซะ! แกอย่ามาแตะต้องตัวฉัน!”
เฉียนหงเย่นคาดไม่ถึงว่า นายหญิงใหญ่จะโกรธตัวเองอย่างกะทันหัน ก็ถามอย่างน้อยใจว่า: “แม่ค่ะ หนูทำอะไรให้แม่ขุ่นเคืองใจอีกเหรอคะ?”
นายหญิงใหญ่เซียวกัดฟันด้วยความแค้นใจแล้วด่าทอว่า: “แกทำอะไรให้ฉันขุ่นเคืองใจ! ถ้าไม่ใช่แก ครอบครัวของเราก็ไม่มีทางกลายเป็นอย่างทุกวันนี้! ถ้าไม่ใช่แก สิบกว่าล้านนั้นของฉางเฉียนก็ไม่มีทางลงท้ายไม่ได้อะไรสักอย่าง! ถ้าไม่ใช่แก ฉางเฉียนก็ไม่มีทางถูกหม่าหลันประชดประชันอยู่ตลอด!! ถ้าไม่ใช่แก ฉางเฉียนก็ไม่มีทางลงมือกับหม่าหลัน ตอนนี้เขาและไห่หลงน่าสังเวชใจขนาดนี้ แกเป็นคนทำลายหมดทุกสิ่ง!”
เฉียนหงเย่นก็ร้องไห้ออกมาในทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...