นายหญิงใหญ่เซียวด้วยการตบหนึ่งฉาดของจางกุ้ยเฟิน ก็เวียนหัวตาลาย
เธอคาดไม่ถึงจริงๆ ก่อนหน้านี้ตัวเองพูดดูถูกจางกุ้ยเฟินมากขนาดนี้ จางกุ้ยเฟินไม่ได้ลงมือกับตัวเอง
คาดไม่ถึงว่า ตอนที่ตัวเองแสดงให้เธอเห็นว่าตนด้อยกว่า กลับสะกิดต่อมโมโหของเธออย่างไม่ทันระวัง
แม้ว่าจางกุ้ยเฟินไม่มีวัฒนธรรมอะไร แต่ก็เป็นลูกสาวที่กตัญญูจริงๆ
ตอนนั้น แม่ของเธอถูกน้องสะใภ้บีบคั้นจนต้องกินยาฆ่าตัวตาย หลังจากที่ทราบข่าว จึงรีบกลับมาจากบ้านสามี
ในเวลานั้น แม่ของเธอก็หมดทางเยียวยารักษาและไม่มียารักษาได้
ในโรงพยาบาล แม่ของจางกุ้ยเฟินบอกเธอด้วยความอ่อนแออย่างไม่มีอะไรเทียบได้ว่าต้องการกลับบ้าน และบอกว่าตัวเองอยู่โรงพยาบาลไม่สบายใจ
จางกุ้ยเฟินรู้ว่า เธอรู้แล้วว่าตัวเองกำลังจะตาย ตอนที่เธอกำลังจะตาย สิ่งที่ต้องการทำคือประหยัดเงินที่บ้าน อย่าปล่อยให้เธออยู่ในโรงพยาบาลรับการรักษาอย่างกล้าแกร่งต่อไป
เธออยากจะพาแม่กลับไปที่บ้านแม่สามีกตัญญูหลายวันเป็นอย่างดี ให้แม่ใช้ชีวิตบั้นปลายสุดท้ายของให้หมด
แต่คนของบ้านแม่สามีก็คัดค้านอย่างรุนแรง โดยเฉพาะแม่สามีของเธอ ด้วยเหตุนี้ก็ด่าทอเธออย่างรุนแรงในโทรศัพท์ บอกว่าถ้าเธอกล้ารับแม่กลับมา ถ้าอย่างนั้นแม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่ต้องเข้าบ้าน
กลัวว่าภรรยาของน้องชายก็จะไม่ยอมให้แม่กลับบ้าน เพราะกลัวว่าแม่ตายอยู่ในบ้านของตัวเองแล้วจะไม่มงคล
ท้ายที่สุด จางกุ้ยเฟินทำได้เพียงพาแม่ของเธอกลับไปที่บ้านเก่าที่ถูกทิ้งร้างมาหลายปี
ในบ้านหลังเก่า จางกุ้ยเฟินพยายามอย่างเต็มที่ที่จะใช้น้ำอุ่นเช็ดร่างกายให้แม่และเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สะอาด และยังทำบะหมี่หยางชุนไข่ให้เธอหนึ่งชาม
เธอรู้สึกมาโดยตลอดว่า แม้ว่าตลอดชีวิตของแม่ตัวเองจะยากจนข้นแค้น แต่จิตดีซื่อสัตย์สุจริต
เพียงแต่ว่า ชะตากรรมของเธอช่างไม่ราบรื่นจริงๆ ตลอดชีวิตก็ไม่เคยเสวยสุข สุดท้ายยังถูกลูกสะใภ้บีบคั้นจนหมดหนทาง
เธอก็คิดว่า แม่แบบนี้ แม้ว่าจะตายอยู่ในห้องที่แย่ที่สุดของในโลกนี้ สวรรค์ก็มีตา ชาติหน้าก็จะให้เธอเกิดในที่ดีๆและเสวยสุขไปตลอดชีวิต
แต่คำพูดเมื่อกี้นี้ของนายหญิงใหญ่เซียว โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ไม่เพียงแต่ทำลายความเชื่อที่มั่นคงในใจของเธอเท่านั้น ก็ดูหมิ่นภาพลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ของแม่ในใจเธอด้วย
ดังนั้น เธอจึงเหลืออดเหลือทน ตบนายหญิงใหญ่เซียวหนึ่งฉาด
นายหญิงใหญ่เซียวในเวลานี้ จับใบหน้าของตัวเอง มองไปที่จางกุ้ยเฟินด้วยความไม่พอใจ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...