ในตอนนั้นเอง หม่าหลันก็ได้กล่าวโน้มน้าว: “โถ่เอ๊ยชูหรัน ลูกไม่รู้เรื่องฮวงจุ้นสักหน่อย ก็อย่างเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับเย่เฉินเลย”
กล่าวไป หม่าหลันก็ได้ปั้นหน้าขึ้นมา และกล่าวด้วยท่าทางจริงจังเป็นพิเศษ: “แม่ไม่ได้คาดหวังให้ลูกช่วยเย่เฉินได้ในทางธุรกิจ แต่แม่ก็ไม่มีทางยอมให้ลูกเป็นตัวของเย่เฉิน! อนาคตครอบครัวของเรา จะต้องอาศัยเย่เฉินเพียงคนเดียวแล้ว!”
“แม่คะ...” ทันทีทันใดนั้นเซียวชูหรันถูกหม่าหลันกล่าวจนพูดไม่ออก
นับว่าเธอได้ดูออกแล้ว แม่ของตัวเองได้ล้มไปยืนอยู่ทางเย่เฉินเป็นที่เรียบร้อย ไม่ว่าตัวเองจะพูดอะไรก็ไม่มีประโยชน์ทั้งนั้น
ดังนั้น เธอจึงทอดถอนใจอย่างจนปัญญา: “เฮ้อ หนูไปที่บริษัทก่อนล่ะ...”
หม่าหลันรีบเอ่ยขึ้นมา: “ชูหรันทำไมลูกไม่รอให้แม่แกะกล่องของขวัญเสร็จก่อนแล้วค่อยไปล่ะ?”
เซียวชูหรันส่ายหน้ากล่าว: “หนูสายมากแล้ว ทุกคนยังรอหนูประชุมสรุปผลอยู่...”
หม่าหลันกล่าว: “ก็ได้ งั้นลูกไปก่อนเถอะ ถ้ามีของดีอะไร ถึงตอนนั้นเดี๋ยวแม่จะถ่ายรูปส่งไปให้ลูกดู!”
เซียวชูหรันอืมตอบรับ และหันไปกล่าวกับเย่เฉินและเซียวฉางควน: “ที่รักคะ คุณพ่อคะ ฉันไปก่อนนะคะ”
เย่เฉินพยักหน้า: “ระหว่างทางขับรถช้า ๆ ล่ะ ดูแลตัวเองด้วย”
เซียวชูหรันกล่าว: “วางใจเถอะ ฉันจะระวังนะคะ”
หลังจากที่เซียวชูหรันขับรถออกไป เย่เฉินถึงได้กลับไปที่ห้องโถงของคฤหาสน์
เซียวฉางควนและหม่าหลันในเวลานี้ต่างก็หอบกล่องของขวัญและเริ่มแกะขึ้นมา
หม่าหลันพึ่งจะแกะของขวัญกล่องหนึ่งออก ก็กรีดร้องออกมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ: “พระเจ้า! คิดไม่ถึงว่าจะเป็นกระเป๋าชาแนลรุ่นลิมิเต็ด!”
ส่วนเซียวฉางควนนั้นแกะได้เหล้าหมาวถาย หลังจากที่สำรวจดูอย่างละเอียดแล้ว ถึงได้กล่าวด้วยความตกตะลึงจนตาค้าง: “สวรรค์ นี่เป็นเหล้าหมาวถายห้าดาวปี 58! ซึ่งมีอยู่น้อยมากบนโลกใบนี้ ในงานประมูลเมื่อหลายปีก่อนได้ปรากฏขึ้นขวดหนึ่ง ประมูลไปได้ในราคาสองล้านเก้าแสนเก้าหมื่นหยวน!”
“อะไรนะ?!” หม่าหลันกล่าวด้วยความตกตะลึง: “เหล้าหมาวถายขวดหนึ่ง ราคาสองล้านเก้าแสนเก้าหมื่นหยวน? บ้าไปแล้วเหรอเนี่ย!”
เซียวฉางควนกล่าวอย่างโมโห: “นี่เป็นของขวัญที่คนอื่นมอบให้ลูกเขย คุณมีสิทธิ์อะไรมายุ่งด้วย? ลูกเขยของผมบอกว่าจะดื่มก็ดื่มได้ ลูกเขยของผมบอกว่าจะขายก็ขายได้ ลูกเขยของผมบอกว่าให้ทุบมันเพื่อฟังเสียง คุณก็ทำได้เพียงมองดูเท่านั้น!”
“นี่คุณ...”
เย่เฉินเห็นทั้งสองคนทะเลาะกันขึ้นมาอีกครั้ง ก็ต้องส่ายหัวอย่างจนปัญญา
ในตอนนี้เอง จู่ ๆ โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมา เป็นการโทรแบบวิดีโอคอ
คนที่โทรเข้ามานั้น เป็นกู้ชิวอี๋
ดังนั้น เขาจึงได้กล่าวกับสองสามีภรรยา: “คุณพ่อ คุณแม่ครับ ผมมีธุระนิดหน่อย ขอตัวกลับห้องก่อนนะครับ”
กล่าวจบ เขาไม่รอให้ทั้งสองคนตอบ ก็ได้เข้าไปในลิฟต์ทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...