ซูจือเฟยกับซูจือหยูอยู่ระหว่างเดินทางกลับบ้าน ซูจือเฟยขับรถ ซูจือหยูนั่งอยู่ที่นั่งข้างคนขับ
เห็นได้ชัดว่าซูจือเฟยอารมณ์ดีเป็นพิเศษ มีความสุขจนหุบปากไม่ลง
ซูจือหยูเห็นอย่างนี้ ก็ยิ้มอย่างระอาใจ พูดว่า “พี่ เรื่องนี้ฉันช่วยพี่ทำสำเร็จแล้ว เรื่องตามหาผู้มีพระคุณ พี่ต้องช่วยฉันให้ดีที่สุดนะ”
ซูจือเฟยตอบอย่างมีความสุขไม่ลังเลเลยสักนิดว่า “จือหยู น้องวางใจได้เลย พี่ต้องช่วยสุดกำลังอยู่แล้ว แม้จะต้องจ้องจอจนตาพี่บอด พี่ก็จะช่วยน้องหาตัวผู้มีพระคุณออกมาให้ได้ ”
ซูจือหยูพยักหน้าอย่างพอใจมาก “นับว่าพี่ยังมีน้ำใจ”
ตอนนี้เอง ซูจือเฟยก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “เห้อ ข้อมูลวิดีโอพวกนั้นมันเยอะมากจริงๆ คนที่เคยเห็นหน้าผู้มีพระคุณก็มีแค่เราสองคนเท่านั้น จะหาคนอื่นมาช่วยก็ไม่ได้ ไม่รู้จริงๆว่าข้อมูลมากมายขนาดนั้นพวกเราสองคนต้องดูไปถึงเมื่อไหร่”
ซูจือหยูพูดว่า “ฉันได้คิดวิธีการคร่าวๆไว้แล้ว น่าจะช่วยให้พวกเราประหยัดเวลาไปได้เยอะทีเดียว”
ซูจือเฟยรีบถามขึ้นว่า “วิธีการอะไร รีบพูดให้พี่ฟังสิ”
ซูจือหยูพูดอธิบาย “แม้ว่าจะมีแค่เราสองคนเท่านั้นที่เคยเห็นหน้าของผู้มีพระคุณ คนอื่นๆไม่สามารถช่วยพวกเราค้นหาจากข้อมูลในวิดีโอได้ แต่อย่างน้อยพวกเขาสามารถช่วยพวกเราทำการคัดกรองง่ายๆหนึ่งขั้นตอน ”
“ก่อนอื่น ฉันสามารถให้พนักงานของตระกูลซู ช่วยฉันกรอผ่านวิดีโอในสนามบิน ที่มีการบันทึกภาพของนักท่องเที่ยวผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นคนแก่หรือเด็กทั้งหมดทิ้งไป จากนั้นในจำนวนนักท่องเที่ยวชาย คนผิวขาว ผิวดำรวมไปถึงคนผิวสีแทนต่างก็กรอผ่านไปเช่นกัน เหลือไว้แค่พวกลูกค้าที่มีผิวสีเหลือง แล้วก็ดูว่าเป็นนักท่องเที่ยวเพศชายที่ยังไม่เป็นผู้ใหญ่ นักท่องเที่ยวที่ดูแล้วมีอายุมากกว่าสามสิบปี รวมไปถึงนักท่องเที่ยววัยกลางคนที่อายุมากกว่านั้นก็ให้คัดกรองออกไป เหลือไว้เพียงนักท่องเที่ยววัยรุ่นจนถึงวัยทำงานที่ดูแล้วมีอายุระหว่าง18ถึง28ปีเท่านั้น ”
“จากนั้น ฉันจะให้พวกเขาตัดเอารูปภาพหน้าตรง ของนักท่องเที่ยวชายที่เข้าเงื่อนไขทั้งหมดในวิดีโอ รวบรวมออกมา”
“ถ้าทำอย่างนี้ พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องจ้องดูวิดีโอตลอดเวลา สามารถให้คนเยอะแยะมากมายช่วยเราได้ ”
ในขณะเดียวกัน เย่เฉินที่อยู่ไกลถึงจินหลิง ไม่รับรู้เลยว่าซูจือหยูกำลังค้นหาเขาอยู่ ได้ใกล้เข้ามาอีกก้าวแล้ว
หลังจากที่เขาและพ่อตาเซียวฉางควนได้รวบรวมเก็บของขวัญที่ทุกคนมอบให้เรียบร้อยแล้ว ก็ทำตามแผนการเดิมที่วางเอาไว้ ขับรถไปยังห้างที่ใหญ่ที่สุดใกล้บ้านเพื่อทำการซื้อของฉลองปีใหม่
เพราะว่าจะถึงวันปีใหม่แล้ว ฉะนั้นคนที่ออกมาจับจ่ายซื้อของค่อนข้างเยอะ ทุกที่เต็มไปด้วยคนและรถยนต์
เย่เฉินแค่จะจอดรถยังต้องต่อแถวโดยใช้เวลาไปครึ่งชั่วโมงกว่า ในที่สุดก็ต่อคิวเข้าจอดรถได้สักที
ลูกเขยกับพ่อตาสองคนจอดรถเสร็จแล้ว มาถึงในห้าง พบว่าในห้างคนเยอะยิ่งกว่า แทบจะเรียกได้ว่าเบียดเสียดกัน ทั้งห้างตกอยู่ในสภาวะที่ต้อนรับคนเกินพิกัดไปแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...