ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เพราะว่าจะถึงเทศกาลปีใหม่แล้ว ฉะนั้นพนักงานไม่น้อยได้ลาหยุดกลับบ้านไปแล้ว จำนวนลูกค้าในห้างมีมากกว่าปกติถึงหนึ่งเท่าตัว แต่พนักงานในห้างกลับลดลงน้อยกว่าปกติส่วนหนึ่ง ฉะนั้นคนทำงานทุกอย่างในห้างจึงขาดแคลนเป็นอย่างมาก
ขาดพนักงานขาย ขาดพนักงานทำความสะอาด พนักงานแคชเชียร์ก็ขาดแคลน แม้แต่พนักงานที่ให้บริการชั่งน้ำหนักก็มีไม่มากพอให้เรียกใช้ แค่ซื้อผักนิดหน่อยก็ต้องเข้าแถวรอชั่งน้ำหนักเป็นสิบนาที
เซียวฉางควนเห็นคนข้างในจำนวนมากขนาดนี้ ก็พูดอย่างท้อใจว่า “เห้อ น่าจะออกมาซื้อของกันเร็วกว่านี้ จะได้นอนดูทีวีสบายๆอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องวิ่งมาถึงที่นี่เพื่อร่วมโหวกเหวกกันแบบนี้”
“จริงด้วย”เย่เฉินยิ้มอย่างจนใจ พูดว่า “อยากจะมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่แม่ได้รับบาดเจ็บไง”
เซียวฉางควนพูดพึมพำ “อย่าไปพูดถึงผู้หญิงพวกนั้นเลย วันวันก็สร้างแต่ปัญหา”
พูดจบแล้ว เซียวฉางควนก็อดจะถอนใจไม่ได้ “นายว่าหล่อนหาแต่เรื่องมากมายทั้งวัน ทำไมถึงไม่ทำผิดกฎหมายเลย ถ้าหากไม่ระวังทำผิดกฎหมายขึ้นมาละก็ เอาหล่อนไปขังคุกสักหลายปีหน่อย คงจะดีไม่น้อย”
เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะเงียบ พูดยิ้มๆว่า “คุณพ่อ คำพูดนี้ถ้าชูหรันได้ยินเข้าล่ะก็ ไม่รู้ว่าเธอจะเสียใจมากแค่ไหน”
เซียวฉางควนรีบพูดว่า “เห้อ ฉันก็แค่บ่นกับแกเท่านั้น แกอย่าไปบอกกับชูหรันเชียว”
เย่เฉินพยักหน้า “ผมรู้ วางใจเถอะ”
เซียวฉางควนถอนหายใจอีกครั้ง พูดว่า “เห้อ เอาเถอะ ไม่พูดถึงหล่อนแล้ว พวกเรารีบซื้อกับข้าวในคืนวันปีใหม่กลับไปดีกว่า”
เย่เฉินอืมหนึ่งเสียง “ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มจากโซนผักแล้วกัน เข้ามาในห้างอันดับแรกก็ต้องไปซื้อผัก เพราะถ้าไม่ทำเวลาสักหน่อย ที่เหลือก็เป็นของเหลือที่คนอื่นไม่เอา ไม่สดแล้ว”
จางกุ้ยเฟินในตอนนี้ กำลังถือไม้ถูพื้นยืนอยู่ตรงหน้าเธอ จงใจใช้ไม้ถูพื้นถูกระแทกไปที่เท้าของเธอ
นายหญิงใหญ่เซียวมีหลายครั้งที่เกือบจะถูกกระแทกจนล้ม ได้แต่จับขอบของชั้นวางสินค้าเอาไว้พูดขอร้องเสียงเศร้า “กุ้ยเฟินเอ๋ย ความผิดทั้งหมดทั้งมวลก่อนหน้านี้ ล้วนเป็นความผิดของฉัน ขอร้องล่ะเห็นแก่ฉันที่อายุมากแล้ว อย่าถือสาฉันเลยนะ”
จางกุ้ยเฟินจ้องเธออย่างโมโห พูดอย่างดูถูกว่า “ตอนนี้รู้จักขอร้องแล้วเหรอ เมื่อก่อนแกอวดดีนักไม่ใช่เหรอ ตอนที่แกด่าฉันไม่ใช่ร้ายกาจมากหรือยังไง”
นายหญิงใหญ่เซียวถูกเธอตะคอกจนไม่กล้าพูดอะไรอีก
จางกุ้ยเฟินยังคงหัวเราะเสียงเย็นและพูดว่า “ฉันคิดว่านายหญิงใหญ่เซียวอย่างแกที่นั่งรถหรู อยู่บ้านใหญ่โต ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปวันๆ คิดไม่ถึงเลยว่า คนแก่อย่างแกมันก็แค่พวกข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรง แสร้งทำเป็นวางมาด แม้แต่ขี้ก้อนหนึ่งยังสู้ไม่ได้ วันวานที่แกดูถูกฉันไว้ขนาดนั้น ตอนนี้ก็ถึงตาแกบ้างแล้วที่ต้องมาทำงานในห้างเดียวกันกับฉัน ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...