เสียงของทั้งสอง ดึงดูดความสนใจเซียวฉางควน
เขามองไปที่แม่ของตนเอง ด้วยความประหลาดใจจนพูดอะไรไม่ออก
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เขาจึงถามเย่เฉินว่า“ลูกเขย นะ……นั่นคือแม่ของฉันหรอ?ฉันดูไม่ผิดใช่ไหม?”
เย่เฉินยิ้มเบาๆ“คุณพ่อครับ ดูไม่ผิดหรอกครับ คือท่านจริงๆครับ”
เซียวฉางควนพูดอย่างตกใจ“ทะ……ทำไมเธอถึงสวมเสื้อกั๊กของพนักงานล่ะ?หรือเธอมาทำงานที่นี่!?”
เย่เฉินพยักหน้า“ดูท่าน่าจะเป็นอย่างนั้นครับ”
เซียวฉางควนพูดอย่างแปลกใจ“นี่ไม่ใช่สิ อู๋ตงไห่อัดฉีดเงินให้ตระกูลเซียวไม่ใช่เหรอ?ยังซื้อคฤหาสน์Tomson Rivieraให้พวกเขาหนึ่งหลังอีกด้วย ตามหลักแล้วพวกเขาทั้งตระกูลน่าจะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายถึงจะถูกสิ!”
เซียวฉางควนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงสองวันที่ผ่านมา เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหม่าหลันถูกพี่ชายแท้ๆของตนเอง กับหลานชายแท้ๆลักพาตัวไป ยิ่งไม่รู้ว่าอู๋ตงไห่ได้ยอมจำนนนำทรัพย์สินส่วนหนึ่งของตระกูลแบ่งออกไปแล้ว และตกเป็นสุนัขตัวหนึ่งของหงห้า
ดังนั้น จึงไม่รู้ด้วยว่า สถานการณ์ของครอบครัวนายหญิงใหญ่เซียวเลวร้ายลงในช่วงสองวันที่ผ่านมา
เวลานี้เองเย่เฉินพูดขึ้นมาว่า“ผมได้ยินมาว่า เหมือนอู๋ตงไห่จะถอนทุนไปหมดแล้วนะครับ”
“ถอนทุน?”เซียวฉางควนร้องอย่างตกใจ แล้วพูดขึ้นมาว่า“อู๋ตงไห่คนนี้พึ่งพาไม่ได้เลยจริงๆ คิดจะถอนก็ถอนเลยงั้นเหรอ?แล้วทำไมเขาต้องถอนทุนด้วยล่ะ?ฉันเชื่อว่าจากทรัพย์สินของเขาแล้ว คงไม่สนใจเงินเล็กน้อยแค่นั้นที่จะลงทุนกับบริษัทเซียวซื่อหรอกมั้ง?”
เย่เฉินยักไหล่ แล้วพูดอย่างยิ้มๆ“เรื่องนี้เราไม่แน่ใจครับ”
ในขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่ ก็เห็นจางกุ้ยเฟินใช้ไม้ถูพื้นถูไปที่ข้อเท้าของหญิงชราหลายครั้ง แล้วพูดอย่างรังเกียจ“นังแก่รีบหลบไปเลยนะ อย่ามัวแต่ขวางฉันถูพื้น!”
นายหญิงใหญ่เซียวพูดอย่างสะอึกสะอื้นว่า“กุ้ยเฟิน งานที่หัวหน้าซูเปอร์มาร์เก็ตมอบหมายให้ฉัน ก็คือให้ฉันคอยช่วยลูกค้าดึงถุงพลาสติก ถ้าฉันทำงานไม่ดีจะถูกไล่ออก ถือซะว่าฉันขอร้องเธอละ อย่ามีปัญหากับฉันเลย ได้ไหม?”
“แต่ว่า ถ้าฉันไม่ทำฉันจะไปทำอะไรได้อีก?”
“ถ้าฉันไม่ทำ ก็จะไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้อิ่มท้อง……”
“ฉันทำงานพาร์ทไทม์ที่นี่ อย่างน้อยหนึ่งวันก็สามารถแลกได้หนึ่งร้อยหยวน ช่วงกลางวันยังมีอาหารให้หนึ่งมื้อ……”
“ถ้าฉันไม่ทำ ไม่ว่าจะเฉียนหงเย่น หรือจางกุ้ยเฟิน ก็จะไม่ให้ฉันกินข้าวแม้แต่คำเดียว……”
“ถึงเวลานั้นก็ต้องหิวตายน่ะสิ?”
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ นายหญิงใหญ่เซียวก็รู้สึกเศร้าใจมากยิ่งขึ้น ยืนอยู่ข้างๆชั้นวางสินค้าคนเดียว แล้วเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น
เซียวฉางควนที่เห็นแบบนั้น เขารู้สึกทนไม่ได้ จึงเอ่ยปากพูดกับเย่เฉินว่า“เย่เฉิน ฉันว่าย่าของนายดูน่าสงสารจริงๆนะ ถ้าไม่จำใจจริงๆ หล่อนคงไม่มาทำงานในสถานที่แบบนี้หรอก……”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...