บทที่ 190 ร่ำรวยอย่างลึกลับ(1)
หวังเต้าคุนพูดอย่างอ้ำๆอึ้งๆว่า “เอ่อ วันนี้ผมมาที่งานอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์จินหลิง....”
เย่เฉินรู้ว่าเขาเป็นคนรักรถมาก สิ่งที่ชอบมากที่สุดก็คือรถ เมื่อก่อนสมัยตอนที่เรียนอยู่ ก็เคยเก็บค่ากินของตนเองหนึ่งเดือน เพื่อไปดูมอเตอร์โชว์เมืองจงไห่
จึงหัวเราะพร้อมพูดขึ้นว่า “คุณไปดูรถอีกแล้วใช่ไหม?”
“ใช่” หวังเต้าคุนพูดว่า “ครั้งนี้มีรถสปอร์ตติดอันดับโลกมาโชว์หลายคัน ยากที่จะได้เห็น”
พูดเสร็จ หวังเต้าคุนก็รีบพูดขึ้นว่า “เฮ้อ ผมหาคุณไม่ใช่เพราะเรื่องนี้”
เย่เฉินถามว่า “งั้นคุณหาผมด้วยธุระอะไร?”
หวังเต้าคุนลังเลไปพักหนึ่ง แล้วค่อยพูดว่า “คือแบบนี้ ผมเห็นชูหรันที่มอเตอร์โชว์”
“ภรรยาของผม?” เย่เฉินถามอย่างแปลกใจว่า “เธอไปมอเตอร์โชว์ทำไม?”
“ผมก็ไม่รู้” หวังเต้าคุนพูดขึ้นว่า “เธอมาพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่ง ผมจึงโทรมาถามคุณว่า รู้เรื่องนี้ไหม”
เย่เฉินขมวดคิ้ว
เซียวชูหรันไปมอเตอร์โชว์กับผู้ชายคนหนึ่ง?
ทำไมตนเองถึงไม่ได้ยินเธอพูดถึง?
ถึงแม้ปกติทั้งสองจะคุยกันไม่เยอะ แต่เรื่องบางเรื่องก็จะบอกกันให้ได้รู้ ไปมอเตอร์โชว์กับผู้ชายคนหนึ่ง เรื่องนี้ไม่ได้บอกกับตน หรือว่าจะมีเรื่องลับอะไรกัน?
ถึงแม้เย่เฉินจะเป็นคุณชายตระกูลเย่ เป็นอาจารย์เย่ในสายของเหล่าผู้มีอิทธิพลในจินหลิง แต่เขาก็ยังคงไม่มีความมั่นใจในความรักระหว่างตนกับเซียวชูหรัน
เขาก็เป็นห่วงว่าเซียวชูหรันจะถูกหลอกล่อจากโลกภายนอก จึงพูดกับหวังเต้าคุนว่า “ผมรู้แล้วเต้าคุน ขอบใจนะ”
ด้านข้างรถสองคัน ยืนเต็มไปด้วยบอดี้การ์ดร่างกายกำยำ พวกบอดี้การ์ดยืนหลังให้กับรถหรูทั้งสองคัน เผชิญหน้ากับผู้คนที่มารายล้อม ไม่ให้ผู้คนได้สัมผัสกับรถราคาแพงทั้งสองคัน
พิธีกรกำลังพูดแนะนำว่า “รถสองคันนี้มีคนจับจองซื้อไปแล้ว ถือเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล ทุกท่านสามารถชมได้ ถ่ายภาพได้ แต่สัมผัสแตะต้องไม่ได้ ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ”
นักข่าวคนหนึ่งถามขึ้นอย่างอดไม่ได้ว่า “มอเตอร์โชว์เพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการ รถทั้งสองคันก็มีคนจับจองซื้อแล้วหรือ? สะดวกที่จะแจ้งให้ทราบบ้างไหม คนร่ำรวยสองคนนี้คือใคร?”
พิธีกรยิ้มพูดขึ้นว่า “ไม่มีสองคน เป็นคนคนเดียว”
“คนเดียว?” นักข่าวพูดขึ้นอย่างตกตะลึงว่า “หรือว่ารถหรูสองคันนี้ ถูกคนคนเดียวซื้อไปแล้ว?”
“ใช่ค่ะ” พิธีกรพยักหัว ยิ้มพูดขึ้นว่า “รถสองคันนี้ เป็นของเศรษฐีท่านหนึ่งแต่เพียงท่านเดียวอย่างแท้จริง”
......

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...