ในใจครุ่นคิด:“ถูกตบทีเดียวได้เงินมา1ร้อยหยวน มันคุ้มกว่าการทำงานอยากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันอีก!”
ในขณะที่กำลังตื่นเต้นอยู่นั้น นายหญิงใหญ่เซียวเห็นกระเป๋าสตางค์ของฝ่ายตรงข้ามยังมีธนบัตรสีแดงใบละ1ร้อยหยวนอยู่ พลางครุ่นคิดในใจและเอ่ยปากขึ้นว่า:“อีกเรื่องหนึ่งคือ ที่ตัวฉันมีเงินย่อยอยู่มันค่อนข้างจะยุ่งยาก ช่วยฉันแลกเป็นแบงค์ใหญ่หน่อยเถอะ”
ฝ่ายตรงข้ามพูดขึ้นจากจิตใต้สำนึกว่า:“ได้ค่ะ...คุณอยากจะแลกยังไงคะ?”
นายหญิงใหญ่เซียวหยิบไส้กรอกและเงินจำนวน90หยวนที่เหลือจากการจ่ายค่ารถเมล์ออกมาจากกระเป๋า และวางบนมือของผู้หญิงคนนั้น พลางพูดขึ้นว่า:“อ่อ เปลี่ยนเป็นธนบัตรให้ฉันหนึ่งใบ”
ฝ่ายตรงข้ามต้องการจะจบเรื่องให้เร็วที่สุด ดังนั้นจึงรีบควักธนบัตรใบละ1ร้อยหยวนออกมาแล้วยื่นให้กับเธอ และในเวลานี้จึงได้ถามอย่างระมัดระวังว่า:“นายหญิงใหญ่คะ ตอนนี้โอเคหรือยังคะ?”
“โอเคแล้ว”ทันใดนั้นนายหญิงใหญ่เซียวก็ดีใจเป็นที่สุด เมื่อสักครู่นี้หาเงินได้1ร้อยหยวน เงินเก็บของตนเองมี2ร้อยหยวนแล้ว!
รอพรุ่งนี้ทำงานเสร็จ ก็จะมี4ร้อยหยวน!
เธอพยายามกดทับความรู้สึกดีใจที่มีอยู่ในใจ และพูดกับผู้หญิงคนนั้นว่า:“โอเค เรื่องนี้ก็ช่างมันเถอะ ต่อไปก็จำไว้ล่ะว่า เวลาอยู่ข้างนอกอย่าดูถูกคนอื่นอีก!”
ฝ่ายตรงข้ามรีบพยักหน้าอย่างอ่อนน้อม:“คุณวางใจเถอะ ฉันจะจำไว้ค่ะ...”
...
กระทั่งนายหญิงใหญ่เซียวนำเงินจำนวน200หยวน และหิ้วถุงพลาสติกขนาดใหญ่4ถุงกลับบ้านนั้น รอบๆบ้านก็เต็มไปด้วยกลิ่นอาหารหอมฟุ้งทั้ง4ทิศ
คนที่ทำกับข้าวคือพวกจางกุ้ยเฟินทั้งสามคน
วันนี้พวกหล่อนไปเป็นพนักงานทำความสะอาดอยู่ที่ซุปเปอร์มาเก็ต วันหนึ่งได้ค่าแรงวันละ120หยวน สามคนรวมเป็น360หยวน
สมัยนี้360หยวนไปกินอาหารนอกบ้านกันสามคนก็คงจะกินได้เพียงอาหารมื้อธรรมดาๆเท่านั้น
แต่หากคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วนในการใช้เงินทำอาหารกินเอง เงินจำนวน360หยวนก็นับว่าร่ำรวยแล้ว
พวกจางกุ้ยเฟินหล่อนมาจากชนบท ค่อนข้างอยู่กับความเป็นจริง ทำงานเหนื่อยมาทั้งวันก็อยากจะกินเนื้อเพื่อบำรุงกำลังของตนเอง ดังนั้นจึงซื้อเนื้อหมูที่ซุปเปอร์มาเก็ตมา2กิโลและก็ซื้อมันฝรั่ง ถั่วฝักยาว วุ้นเส้น กลับมาบ้านและทำสตูว์หม้อหนึ่ง
ราคาวัตถุดิบของสตูว์หนึ่งหม้อ ไม่ถึง1ร้อยหยวน แต่ปริมาณนั้นเพียงพอ หมูติดมันที่ถูกผัดนั้นกลิ่นหอมฟุ้ง โดยที่เครื่องดูดควันไม่สามารถกลบกลิ่นมันได้
พอเข้าประตูมา เธอก็พูดไปด่าไปว่า:“พวกบ้านนอกทั้งสามคน บังอาจนักนะ!ในห้องอาหารมีโต๊ะกินข้าวให้กินไม่กิน แต่กลับออกมาบนโต๊ะน้ำชาข้างนอก คิดว่าที่นี่เป็นบ้านจริงๆของตัวเองแล้วเหรอ!”
เมื่อเซียวเวยเวยเห็นเธอเดินเข้ามา ทันก็ตื้นตันใจจนพูดออกมาว่า:“คุณย่าในที่สุดคุณย่าก็กลับมาแล้ว!พวกเราหิวจะตายอยู่แล้ว พวกเรารออาหารจากคุณย่าอยู่นะคะ!”
เซียวไห่หลงร้องไห้พลางพูดขึ้นว่า:“คุณย่า!ผมหิวมากเลยครับ ถ้ายังไม่ได้กินอะไรอีก ผมต้องตายแน่ๆ...”
นายหญิงใหญ่เซียวถอนหายใจ ยื่นถึงพลาสติกขนาดใหญ่ทั้ง4ให้กับเขา เซียวเวยเวยพูดขึ้นว่า:“นี่เป็นของที่เอามาให้พวกนาย รีบไปหยิบชามกับตะเกียบ แล้วรีบกินเถอะ!”
เมื่อเห็นเธอถือถุงพลาสติก คนในตระกูลเซียวไม่มีใครสนใจทั้งสิ้นว่าอาหารพวกนี้มาจากไหน คิดเพียงว่าอยากจะกินของพวกนี้ยัดลงไปในท้องให้หมด
ดังนั้น เซียวเวยเวยก็พูดขึ้นด้วยความดีอกดีใจว่า:“คุณย่าค่ะ เดี๋ยวหนูจะไปเอาถ้วยกับตะเกียบในห้องอาหารเองคะ!”
เฉียนหงเย่นก็ดีใจจนรีบพูดออกมาว่า:“คนเดียวถือไม่ไหวหรอก เดี๋ยวฉันไปด้วย!”
นายหญิงใหญ่เซียวกระแอมด้วยน้ำเสียงเย็นชา:“เฉียนหงเย่นหยุดเดี๋ยวนี้นะ!อาหารที่ฉันเอามา หล่อนไม่มีสิทธิ์กินแม้แต่คำเดียว!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...
ทั้งที่เป็นผู้ชาย แรงเยอะกว่า ตัวใหญ่ก็ว่า แต่กลัวกับอีหม่าหลันพูดขู่แค่นี้เนี่ยน่ะ ไม่น่าเกิดเป็นผู้ชายเลยมึงไอเชียวฉางควน กูคิดว่าเป็นตุ๊ด ปากบอกรอเหมยชิงมานาน อยากจะพัฒนาความสัมพันธ์ อยากจะมีเพศสัมพันธ์อยากจะอยู่กับเหมยชิง อยากแต่งงานกะเหมยชิงอีกครั้ง ทั้งที่เหมยชิงยอมกลับมาหาเพื่อมึง แต่มึงกลับไม่กล้าทำไรกะอีหม่าหลันสักอย่าฃ แค่หม่าหลันพูดขู่ว่าจะไปหาเรื่องเหมยชิง แทนที่จะให้เหมยชิงจ้างบอดีการ์ดมา อีหม่าก้ทำไรไม่ได้ล่ะ หรือไอฉางควนปกป้อง สู้กันจริงๆหม่าหลันก้สู้คงไม่ได้หรอก ทำมึงกลับกลัวหัวหด ชาตินี้ก้คงไม่ได้อยุ่กับคนรักหรอก ฝันไปเถอะมึง กระจอก...
ไม่ใช่ว่าข้อมูลของเย่เฉิน ตอนตั้งแต่9ขวบจนถึงปัจุบัน ไม่ใช่ว่าถังซื่อไห่ลบไปแล้วไม่ใช่หรอหรือเก้บซ่อนไว้ ถ้า้ป้นอย่างงี้ แสดงว่าองกรพั้วชิงก้สามารถหาได้เช่นกันดิ ถ้างั้น ไม่ใช่ว่าถังซื่อไห่มันลบออกข้อมูลตอนเด้กของพระเอกออกไปหรอกหรอ -.-"...
พูดมาได้ไงไม่ได้หวังเกินตัว แต่อยากมีลูกกะเย่เฉิน ถึงกับขนาดที่ว่าจะแอบมีความสัมพันกับพระเอกตอนหลับ แบบนี้ไม่ได้เรียกหวังเกินตัวเลยงั้นอ่าดิ 555 ผมชอบอ่านเรื่องโรงแมนติกน่ะ เพราะมันพอดี แต่เรื่องนี้อ่านแล้วไม่ฟินอ่ะ เรื่องความรักชายหญิง เพราะมันลุกหนักเกินไปจน จนไม่มีให้ลุ้นอาะ...
ไม่เข้าใจจริง ว่าทำไมต้องให้พระเอกชดเชย หรือชดใช้ความรักให้หญิงสาวพวกนี้ ถ้าเป้นกุ้ซิวอี้พอยอมรับได้เพราะ เป้นคู่หมั่นพระเอก แต่พวกที่เข้ามาหาพระเอก พระเอกก้แค่ช่วยไปเท่านั้น ให้จะได้สะดวกต่อการทำงานร่วมกัน ไม่ได้ช่วยเพราะรัก แต่พวกหล่อนกับบอกให้ชดใช้ ทั้งที่ที่พวกหล่อนมารักพระเอกแท้ๆ แต่กลับจะให้พระเอกชดใช้เนี่ยน่ะ...
เฮเลน่า แม่งก่น่ารังเกียจเกิ้น...
เฮเลน่ามึงก้ฝันกลางวันเกิ้น ถามหน่อยสู้ไรกับนานาโกะหรือกู้ซิวอิ้วอีกได้บ้าง เรื่องนี้ผู้หญิงแม่งก้มโนเก่งเกิน คิดว่าจะได้ใช้ชีวิตร่วมกับพระเอก 555...
แล้วตู้ไหชิง ไม่ใช่ผู้หญิงที่ไอซูเต้าขอแต่งงานหรอ ไม่รู้คนเขียน หรือคนแปลที่แปลมั่ว ซูเต้า ไม่เคยขอใครแต่งงาน แล้วไห่ชิงนั้นไม่ได้เรียกว่าขอแต่งงานหรอกหรอ 555...
พระเอกมันเป้นห่วงความรุ้สึกนานาโกะมากขนาดนั้น ไม่อยากให้เศร้าใจมากขนาดนี้น ทำไมไม่แต่งงานกับนานาโกะไปเลยล่ะ ขัดใจ ถ้าเป้นครอบครัวอื่นอยากยกความดีความชอบให้ลูกสาวอีกฝ่ายก้ไมาแปลก แต่ครอบครัวนานาโกะยังไงต่อให้ไม่ยกความดีความชอบให้นานาโกะ พ่อนานาโกะก้รักนานาโกะมากอยุ่ล่ะ แคร์ความรู้สึกนานาโกะมากขนาดนั้น แต่งงานไปนานาโกะไปเลย ได้จบๆ 555...
บางที อ.ก้เขียนลำเอียงเกินไป วานพั่วจวิ้นทำงานแค่ตายจนกว่าจะได้ยามา แต่ซูรั่วรี่ไม่ได้ทำไรเลย มาถึงก้ได้ยาล่ะ 555...