หลังจากพูดจบ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้กล่าวอีกว่า “นายหญิงใหญ่ ถ้าลูกสะใภ้ของคุณขโมยเงินของคุณไปแค่สองร้อยหยวนแล้วก็ ในเรื่องนี้พวกเราไม่สามารถยื่นเรื่องตั้งคดีได้จริงๆ หากจะโทษก็ต้องโทษว่าสิ่งที่เธอขโมยไปมันน้อยเกินไปจริง อย่างน้อยถ้าเธอแอบขโมยเอาทีวีในบ้านของคุณไปขาย พวกเราก็ต้องคำนวณตามราคาตอนที่ซื้อทีวี ก็พอที่จะตั้งคดีได้ แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่ได้ขโมยทีวีของบ้านคุณไปเลย!”
เจ้าหน้าที่ตำรวจก็แค่ใช้ทีวีมาเป็นการเปรียบเทียบเท่านั้น แต่นายหญิงใหญ่เซียวกลับนึกถึงเรื่องที่ตัวเองแอบขายทีวีในบ้านพักวิลล่าของอู๋ตงไห่ ร่วมกับเซียวไห่หลง และเซียวฉางเฉียนขึ้นมาทันที เธอรู้สึกตกใจด้วยความกลัว และถามอย่างประหม่าว่า “เจ้าหน้าที่ตำรวจ ถ้าขโมยทีวีที่มีมูลค่าหนึ่งแสนหยวน จะถูกพิพากษาอย่างไรเหรอ?”
เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวอย่างจริงจังว่า “หากทีวีเครื่องนี้มีมูลค่าเกินหนึ่งแสนจริงๆ จำนวนเงินนั้นก็จะถือว่าค่อนข้างเยอะมาก ตราบใดที่มูลค่าการโจรกรรมถึงหกหมื่น งั้นบทลงโทษขั้นพื้นฐานก็คือสิบปี จากพื้นฐานนี้ มีการเพิ่มขึ้นทุกๆ สี่พันสองร้อยหยวน บทลงโทษก็จะเพิ่มขึ้นหนึ่งเดือน ตามไปด้วย และถ้าทีวีหนึ่งเครื่องมีมูลค่าหนึ่งแสนหยวนจริงๆ ก็จะถูกตัดสินจำคุกประมาณสิบเอ็ดปี”
“อะไรนะ!” นายหญิงใหญ่เซียวตกตะลึงไปเลย!
“ขโมยทีวีเครื่องเดียว ก็จะถูกตัดสินจำคุกสิบเอ็ดปี?!นี่มันช่างน่ากลัวเกินไปหรือเปล่า!”
“โชคดีที่อู๋ตงไห่ไม่ได้แจ้งตำรวจในเวลานั้น! มิฉะนั้นฉันก็อายุมากขนาดนี้แล้ว ถึงเวลานั้นเกรงว่าฉันคงอาจจะต้องตายอยู่ในคุกโดยตรงก็ได้.......”
ในห้องนั้น เซียวฉางเฉียนและเซียวไห่หลงที่นอนอยู่บนเตียงก็ตกใจกับคำพูดนี้เช่นกัน
เซียวไห่หลงตกใจกลัวจนตัวสั่นไปทั้งคน ทันทีหลังจากนั้น เซียวฉางเฉียนที่อยู่ข้างๆ ก็รู้สึกถึงความเปี่ยกชื้นที่มีไออุ่นมาจากผ้าปูที่นอน และพูดโพล่งออกมาว่า “ไห่หลง.......คุณ......ทำไมคุณฉี่ราดใส่บนเตียงล่ะ!”
เซียวไห่หลงกระซิบด้วยใบหน้าขมขื่นว่า “พ่อ ผมกลัว.......การขโมยทีวีจะถูกตัดสินจำคุกตั้งสิบเอ็ดปี นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว.......”
เซียวฉางเฉียนรู้สึกทำอะไรไม่ถูกเป็นพิเศษ และถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า “เฮ้!มันน่ากลัวก็จริง แต่คุณก็ไม่ควรฉี่ราดใส่เตียงเลย!ดูสิตอนนี้ กางเกงของพ่อก็เปียกไปหมดเพราะคุณเลย........”
นายหญิงใหญ่เซียวถอนหายใจอย่างหดหู่ และพูดว่า “เอาล่ะ งั้นก็เอาตามนี้เถอะ ปล่อยให้ยัยตัวแสบคนนี้รอดตัวไปได้ง่ายเกินไปแล้ว!”
เจ้าหน้าที่ตำรวจพยักหน้า “คุณรู้สึกสบายใจได้ก็โอเคแล้ว ถ้าไม่มีเรื่องอะไรอีกแล้ว พวกเราก็จากไปก่อนแล้ว”
ในเวลานี้ เซียวเวยเวยก็เดินเข้ามาพร้อมกับใบจดทะเบียนสมรส และพูดว่า “คุณตำรวจ นี่คือใบจดทะเบียนสมรส”
นายหญิงใหญ่เซียวพูดอย่างโกรธเคืองว่า “ยังจะเอาใบทะเบียนสมรสมาทำอะไร รีบส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจลงไปข้างล่างกันเถอะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...