กว่านายหญิงใหญ่เซียวจะได้กินอิ่มนอนหลับแบบนี้ได้ก็ใช่ว่าจะมีบ่อยครั้ง
แต่คิดไม่ถึงเลยว่า ประตูห้องจะถูกจางกุ้ยเฟินถีบเข้ามาอย่างกรุ่นโกรธตั้งแต่เช้าตรู่แบบนี้!
นายหญิงใหญ่เซียวยังไม่ทันได้ตั้งตัว จางกุ้ยเฟินก็พุ่งเข้ามาที่เตียง ตวัดฝ่ามือลงบนหน้าของเธอ พร้อมกับสบถด่าอย่างเดือดดาลว่า “อีแก่ แม้แต่ข้าวในกระถางธูปของพระโพธิสัตว์ยังกล้าขโมย แกยังเป็นคนอยู่ไหม?”
นายหญิงใหญ่เซียวโดนตบจนหน้ามืด ในตอนที่เห็นใบหน้าที่ห่างกันแค่คืบของจางกุ้ยเฟินเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ เธอก็ตกใจกลัวสติกระเจิงในทันที หลุดปากอ้อนวอนออกไปว่า “กุ้ยเฟิน ฉันขอโทษกุ้ยฟิน! ฉันไม่ได้อยากขโมยของของแก แต่ฉันหิวมากจริงๆ.....”
จางกุ้ยเฟินกราดเกรี้ยว กัดฟันเอ่ยพูดเสียงเหี้ยมว่า “แกหิวก็เรื่องของแก มันเกี่ยวอะไรกับฉัน? กระถางธูปนั้นฉันเอาไว้บูชาพระโพธิสัตว์ แกขโมยข้าวในนั้น ก็เท่ากับแกดูหมิ่นพระโพธิสัตว์! ถ้าหากพระโพธิสัตว์พิโรธขึ้นมาล่ะก็ มันเป็นเพราะแกหาเรื่องซวยให้ฉัน!”
นายหญิงใหญ่เซียวสะอื้นออกมา “กุ้ยเฟิน....วันตรุษจีนนี้....แกคงทนมองคนแก่อย่างฉันหิวตายอยู่ในนี้ไม่ได้หรอกใช่ไหม? แกบอกมาสิถ้าฉันหิวตายอยู่ในนี้จริงๆ หลังจากนี้แกจะอยู่ที่นี่ยังไง? แกจะนอนอยู่ในห้องชั้นบนทุกวัน ทั้งๆที่ห้องชั้นล่างมีฉันนอนตายอยู่แบบนี้ แกรับได้จริงๆเหรอ?”
นายหญิงใหญ่เซียวร้องไห้ทั้งน้ำตาพร้อมพูดออกมาว่า “กุ้ยเฟิน....แกถือซะว่าช่วยชีวิตคนแก่อย่างฉันเถอะนะ พระโพธิสัตว์ท่านกล่าวไว้ไม่ใช่เหรอ? ว่าการช่วยชีวิตคนหนึ่งครั้ง มีบุญยิ่งกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น ถือซะว่าเป็นการสะสมบุญกุศลเถอะนะ!”
แม้ว่าสีหน้าของจางกุ้ยเฟินจะอ่อนลงบ้างแล้ว แต่ก็ยังเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่า “เพราะเห็นแก่คำสอนของพระโพธิสัตว์หรอกนะ ฉันจะให้อภัยเรื่องที่แกขโมยข้าว แต่แกต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง ต้องชดใช้กับสิ่งที่แกทำ!”
นายหญิงใหญ่เซียวเอ่ยถามอย่างร้อนใจว่า “กุ้ยเฟิน แกอยากให้ฉันชดใช้อะไร?”
จางกุ้ยเฟินเอ่ยพูดเสียงเย็น “วันนี้แกต้องซักผ้าให้พวกฉันสามคน แล้วฉันจะทำเป็นไม่เห็นว่าเรื่องนี้เคยเกิดขึ้น!”
เมื่อนายหญิงใหญ่เซียวได้ยินดังนั้น ก็รีบอ้อนวอนขึ้นมาว่า “กุ้ยเฟิน เมื่อวานฉันไม่สบาย ไม่มีแรงไปทำงานที่ตลาด ฉันก็เลยขโมยข้าวของแก วันนี้ยังไงฉันก็ต้องไปทำงาน ไม่อย่างนั้นวันนี้คงไม่มีข้าวกินแน่ๆ...”
ดังนั้น นายหญิใหญ่เซียวจึงทำได้เพียงพยักหน้า พูดกลั้วสะอื้นว่า “ได้..ฉันจะทำ...ฉันจะไปซักให้เดี๋ยวนี้....”
วันเฉลิมฉลองใหญ่นี้ นายหญิงใหญ่เซียวแทบจะไม่มีข้าวตกถึงปาก
จางกุ้ยเฟินทิ้งกองเสื้อผ้ากับผ้านวมสกปรกไว้ให้นายหญิงใหญ่เซียว พร้อมทั้งออกคำสั่งว่าต้องซักให้เสร็จวันนี้
ดังนั้นนายหญิงใหญ่เซียวจึงไม่มีเวลาออกไปหาเงินเลย
ด้านเซียวเวยเวย ต้องดูแลเซียวฉางเฉียนและเซียวไห่หลงที่ได้รับบาดเจ็บจนต้องนอนติดเตียง จึงเฉียดเวลาออกไปไหนไม่ได้เหมือนกัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...