เมื่อไม่มีคนออกไปหาเงิน จึงไม่มีข้าวปลาอาหารเอาไว้ทำกับข้าว ดังนั้นทั้งครอบครัวจึงทำได้เพียงฝืนทนหิวเอาไว้
ตั้งแต่ที่เซียวฉางควานกับเซียวไห่หลงจับตัวเย่ฉางหมิ่นมาผิดจนถึงตอนนี้ สี่คนครอบครัวตระกูลเซียวก็ซูบผอมลงถนัดตา แต่ละวันดำเนินไปอย่างน่าเวทนา
ด้านเย่เฉินและครอบครัว ในช่วงกลางวันของวันตรุษจีน ก็เก็บของเตรียมพร้อม ขับรถมุ่งหน้าไปที่คฤหาสน์น้ำพุร้อนที่เฉินจื๋อข่ายจัดหาไว้ให้ ทั้งครอบครัววางแผนว่าจะมาพักผ่อนที่คฤหาสน์น้ำพุร้อนสักสองสามวัน
ช่วงค่ำมาถึง เย่ฉางหมิ่นนั่งอยู่ในห้องเช่าซอมซ่อ มองเกี๊ยวน้ำที่สั่งเดลิเวอรี่มากินอย่างอัดอั้น
ตั้งแต่ที่เย่เฉินกักขังเธอไว้ที่เมืองจินหลิง เย่ฉางหมิ่นก็ประทังชีวิตด้วยอาหารเดลิเวอรี่มาตลอด
และที่น่าโกรธก็คือ เย่เฉินไม่อนุญาตให้เธอเป็นคนสั่งเดอริเวอรี่เอง การสั่งอาหารในแต่ละครั้ง ล้วนแล้วแต่เป็นคนของหงห้าสั่งมาให้ทั้งนั้น อีกอย่างราคาอาหารโดยรวมในแต่ละมื้อก็ราคาไม่เกินสามสิบหยวน
หลายวันมานี้ เย่ฉางหมินถูกบังคับให้ลองกินตั้งหลายอย่าง เป็นอาหารที่ในชีวิตนี้เธอไม่เคยลองกินเลยสักครั้ง
อย่างเช่นไก่พะโล้ ข้าวราดหมูผัดพริกเขียว ข้าวราดไก่หั่นลูกเต๋าผัดซอส บะหมี่เส้นดึง เส้นมันฝรั่งอีสาน และแป้งทอดไส้ลา
อาหารพวกนี้ธรรมดาจนไม่รู้จะธรรมดายังไงแล้ว ในสายตาของคนตระกูลเย่ อาหารพวกนั้นก็คือขยะดีๆนี่เอง ปกติอย่าว่าแต่กินเข้าไปเลย แค่ได้กลิ่นก็รู้สึกขยะแขยงแล้ว
แต่ว่าในตอนนี้ เย่ฉางหมิ่นที่เคยสูงส่ง กลับทำได้เพียงประทังชีวิตด้วยสิ่งเหล่านี้
แต่อาหารจำพวกผักดอง ตั้งแต่เด็กจนโตเย่ฉางหมิ่นยังไม่เคยกินเลยสักครั้ง
สำหรับคนที่เติบโตมาในตระกูลชั้นสูงอย่างเธอแล้ว อาหารจำพวกผักดอง เป็นสิ่งที่เธอจะไม่ยอมแตะเด็ดขาด อาหารแทบทุกอย่างที่ผ่านการหมักดองมา ในสายตาของเธอมันคือยาพิษทั้งนั้นแหละ
เธอกัดเกี๊ยวไส้หมูผักดองเข้าไปได้ไม่ทันไร ก็ต้องคายออกมาทันที เธอล้วงคออวกอยู่หลายนาน กว่ารสชาติของผักดองจะหมดไป
เย่ฉางหมิ่นเปิดประตูอย่างโมโห เอ่ยถามลูกน้องของหงห้าว่า “แกเอาอะไรมาให้ฉันกิน มันใช่ของที่คนกินกันแน่เหรอ?!”
เมื่อคนนั้นได้ยินแบบนี้ ก็เดือดขึ้นมาในทันที ตอกกลับด้วยสำเนียงบ้านเกิดว่า “นังแก่ปากเหม็น พูดบ้าอะไรของแก? เกี๊ยวนี้แม่ฉันห่อเองกับมือ แม่ฉันอุตส่าห์ทำมาให้ แกยังพูดจาแบบนี้อีกเหรอ? คิดจะกวนโมโหหรือไง?!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...