ลูกน้องของหงห้าไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของเย่ฉางหมิ่น
รู้เพียงแค่ว่าเป็นผู้หญิงที่ลูกพี่สั่งให้จับตาดูเอาไว้อย่างใกล้ชิด ส่วนเป็นใครมาจากไหน ภูมิหลังเป็นยังไง เขาคนนี้ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
ดังนั้น ในตอนที่เย่ฉางหมิ่นกระฟัดกระเฟียดเพราะเกี๊ยวที่เขาอุตส่าห์หวังดีเอามาให้ เขาจึงเริ่มโมโหขึ้นมาในทันที รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังให้อาหารหมาบ้าอย่างไรอย่างนั้น
เย่ฉางหมิ่นไม่คิดเลยว่า ลูกน้องของเย่เฉินจะกล้าใช้น้ำเสียงแบบนี้พูดกับเธอ เธอจึงรู้สึกทั้งโกรธทั้งเสียหน้า
เธอชี้หน้าอีกฝ่ายแล้วด่าทอออกมาเสียงกร้าวว่า “แกรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร? กล้าพูดกับฉันอย่างนี้เหรอ?”
อีกฝ่ายกัดฟันโต้ตอบว่า “ฉันต้องสนด้วยเหรอว่าแกเป็นใคร แกดูถูกเกี๊ยวที่แม่ฉันทำ ต่อให้ด่าแกแรงกว่านี้ก็ไม่หายกันหรอก!”
เมื่อเย่ฉางหมิ่นได้ยินเขาเอ่ยถึงเกี๊ยว ก็ยิ่งไฟลุก ด่าทอออกมาว่า “แกยังมีหน้ามาพูดเรื่องเกี๊ยวอีกเหรอ ฉันสิต้องถามแก เกี๊ยวเหม็นเปรี้ยวของแม่แกมันคืออะไร? ผักบ้าอะไรนั่นทั้งเน่าทั้งเหม็น แม่แกยังเอามาทำไส้เกี๊ยวอีกเหรอ บ้าไปแล้วหรือไง? บ้านแกไม่มีจะแดกขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ราวๆร้อยแปดสิบกว่า หน้าแดงเถือกไปด้วยโทสะ เอ่ยพูดอย่างเดือดดาลว่า “แกจะไปเข้าใจอะไร!นั่นเป็นผักดองที่อร่อยที่สุดแล้ว! กะอิแค่ผักดองทำอย่างกับไม่เคยพบเคยเห็น ยังเป็นคนปกติอยู่หรือเปล่า?”
เย่ฉางหมิ่นเอ่ยพูดอย่างหยิ่งยโสว่า “อาหารขยะแบบนี้ มีแต่คนจนๆอย่างพวกแกเท่านั้นแหละที่กระเดือกลงไปได้!”
พูดจบ เธอก็หยิบเกี๊ยวขึ้นมาปาใส่ใบหน้าของอีกฝ่าย
เย่ฉางหมิ่นไม่สนใจเกี๊ยวที่หล่นกระจายอยู่เต็มพื้นเลยสักนิด เธอจ้องมองผู้ชายร่างใหญ่ตรงหน้า แล้วพูดเสียงเย็นว่า “ฉันไม่กินขยะพวกนี้ แกรีบไปหาเกี๊ยวไส้กุ้งมาให้ฉันซะ!”
เมื่ออีกฝ่ายเห็นเกี๊ยวที่แม่ของตัวเองลงทุนทำเองกับมือ ถูกเย่ฉางหมิ่นปาลงบนพื้นทั้งหมดอย่างเหยียดหยาม ก็เดือดพล่านขึ้นมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ ยกมือขึ้นมาสะบัดใส่หน้าของเย่ฉางหมิ่นฉาดใหญ่
นั่นก็เท่ากับว่าเย่ฉางหมิ่นยังไม่ได้กินอะไรสักคำ ดังนั้นจึงหิวจนท้องร้องโครมคราม
เมื่อถึงตอนกลางคืน เย่ฉางหมิ่นก็โทรไปหาผู้เป็นพ่ออย่างเย่โจงฉวนที่อยู่ไกลถึงเมืองเย่นจิงอย่างทนไม่ไหว เอ่ยฟ้องพร้อมใส่สีตีไข่สารพัดว่าตัวเองเจออะไรอยู่ที่เมืองจินหลิงบ้าง
จากนั้น เธอก็ขอร้องอ้อนวอนบิดาว่า “พ่อคะ พ่อกดดันอะไรเย่เฉินหน่อยสิ ให้เขารีบปล่อยฉันกลับไปไวๆ ฉันทนไม่ไหวแล้วจริงๆนะ.....”
เมื่อเย่โจงโฉงได้ยินดังนั้น ก็เอ่ยพูดนิ่งๆว่า “เอาล่ะ เรื่องนี้ฉันเคยพูดกับแกแล้ว ในเมื่อแกเป็นคนทำผิด ก็ต้องอยู่ที่เมืองจินหลิงให้ครบอาทิตย์”
เย่ฉางหมิ่นสะอื้น “พ่อ ฉันทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ผีห่าซาตานแบบนี้ใครจะไปอยู่ได้! วันนี้ทั้งวันฉันยังไม่ได้กินข้าวแม้แต่คำเดียว ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป ฉันต้องบ้าตายแน่ๆ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...