ซ่งหวั่นถิงรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดเท็จ
ความจริงแล้ว บริษัทชั้นนำอย่างบริษัทนิปปอนสตี ล้วนแล้วแต่เป็นที่หมายปองสำหรับหลายๆประเทศ
โดยเฉพาะศักยภาพในด้านเหล็กกล้า ก็ยิ่งอยู่ในอันดับสูงๆทั่วโลก
ผลประโยชน์จากอุตสาหกรรมเหล็กกล้ามีกว้างขวาง ยิ่งขอบเขตสูงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นที่ต้องการมากเท่านั้น
ยกตัวอย่างเช่นอุตสาหกรรมอาวุธ
ปืนสั้นและปืนถังที่มีให้เห็นกันบ่อยๆ ล้วนแล้วแต่ต้องพึ่งวัสดุจากอุตสาหกรรมเหล็กกันทั้งนั้น
ถ้าวัสดุดี ความแม่นยำและอายุการใช้งานของปืนก็จะดีไปด้วย แต่ถ้าวัสดุไม่ดี ความแม่นยำและอายุการใช้งานของปืนก็จะไม่ดีตามไปด้วย
ปืนบางกระบอก ยิงได้ไม่กี่นัด ก็สึกหรออย่างสาหัสจนต้องเปลี่ยนอันใหม่
ปืนถังบางตัว ยิงได้ไม่กี่นัดก็หมดอายุการใช้งาน โชคร้ายเข้าหน่อยก็อาจระเบิด ถ้าหากนำไปใช้ในสนามรบ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสภาพการณ์และผลลัพธ์ของสงคราม
นอกจากนี้แล้ว เหล็กยังเป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมที่ทำเกี่ยวกับเสื้อเกราะกันกระสุน กราบเครื่องบิน และท้องเรืออีกด้วย
ดังนั้น ไม่ว่าใครจึงอยากร่วมงานกับบริษัทนิปปอนสตีกันทั้งนั้น
แต่ว่าบริษัทนิปปอนสตีก็ฉลาดมากเหมือนกัน
เปอร์เซ็นขนาดนี้ สำหรับซ่งหวั่นถิง มันคือการประนีประนอมและยอมถอยให้สุดๆแล้ว
แต่คิดไม่ถึงเลยว่า ฮาชิโมโตะ ชินคิจิจะส่ายหัวปฏิเสธอย่างไม่ลังเล ยิ้มออกมานิ่งๆแล้วพูดว่า “คุณซ่ง สิ่งที่บริษัทของเราต้องการ ก็คือสิทธิ์ถือหุ้น ถ้าหากเรื่องนี้คุณไม่สามารถยอมตกลงได้ งั้นเราก็คงไม่มีอะไรต้องเจรจากันต่อแล้วล่ะ”
ซ่งหวั่นถิงรู้สึกโดนไล่ต้อน
เธอโอดครวญขึ้นมาในใจอย่างอดไม่ได้ว่า “ฉันเป็นตัวแทนตระกูลซ่ง และเป็นฝ่ายยื่นข้อเสนอขอร่วมงานกับบริษัทนิปปอนสตีก่อน ดังนั้นอีกฝ่ายจึงคิดที่จะไล่ต้อน เพื่อบีบบังคับให้ฝ่ายฉันมอบสิทธิ์ถือหุ้นให้สินะ อีกอย่างอีกฝ่ายยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมถอยให้ด้วย....ถ้าหากฉันยังคงดึงดันต่อไป แบบนี้ก็คงไม่จำเป็นต้องเจรจาอะไรแล้ว...”
“ถ้าหากครั้งนี้ไม่มีผลตอบแทนอะไรกลับมา แบบนั้นทุกอย่างที่เตรียมไว้ล่วงหน้าก็คงเสียเปล่า...”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...