“จะว่าไปแล้ว ถ้าหากฉันยอมเสียสิทธิ์ถือหุ้นไป นั่นก็เท่ากับว่ายอมเสียอำนาจทุกอย่างไป ในอนาคตอำนาจการตัดสินใจทุกอย่างไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ของบริษัทก็แทบจะขึ้นอยู่กับบริษัทนิปปอนสตีทั้งหมด แบบนั้นตระกูลซ่งคงได้รับผลกระทบแน่....”
ฮาชิโมโตะ ชินคิจิเห็นสีหน้ายุ่งเหยิงของเธอ ก็พูดยิ้มๆขึ้นมาว่า “คุณซ่ง เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินใจก็ได้ คุณสามารถกลับไปทบทวนดูอีกครั้ง แล้วพรุ่งนี้เราค่อยนัดคุยกันใหม่ คุณคิดว่ายังไง?”
ซ่งหวั่นถิงลังเลเล็กน้อย จากนั้นก็พยักหน้าเบาๆ
เธอรู้ดี การเจรจาในครั้งนี้ เธอไม่มีสิทธิ์เป็นฝ่ายรุกไล่เลยสักนิด
ถ้ายังเจรจากันต่อไปทั้งอย่างนี้ ก็มีแต่จะถูกไล่ต้อน
อย่างกับกำลังทำการซื้อขายในร้านค้า ถ้าหากคนขายเป็นฝ่ายออกตัวก่อน พื้นที่ในการต่อรองราคาของคนซื้อก็จะมีมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น คนขายเปิดที่หนึ่งร้อย คนซื้อก็จะต่อรองเหลือยี่สิบด้วยคำพูดที่ว่าถ้าไม่ขายราคานี้จะไม่ซื้อ หรือไม่ก็จะไปซื้อร้านอื่นแทน ต่อมาก็จะกลายเป็นฝ่ายถือไพ่เหนือกว่า
แต่ถ้าหากคนขายใจนิ่งพอ เมื่อคนซื้อต่อเหลือยี่สิบ ก็จะสวนกลับไปว่าให้ไปดูร้านอื่นทันที ทีนี้ก็ทำให้คนซื้อเสียไพ่ใบที่เหนือกว่าไป
ถ้ายึดตามตรรกะทั่วไป คนซื้อก็จะทำได้เพียงค่อยๆเพิ่มราคาเข้าไป จนถึงราคาที่ทำให้คนขายพอใจ ส่วนจะไปตกลงกันได้ที่ราคาเท่าไหร่ ก็ต้องดูที่ราคาในใจของคนขาย บางทีอาจจะห้าสิบ หรืออาจจะเจ็ดสิบแปดสิบ มากไปจนถึงเก้าสิบ
แต่ว่า คนขายที่อยู่ตรงหน้าของซ่งหวั่นถิงตอนนี้ กลับไม่มีท่าทีที่จะถอยให้เลยสักนิด
ท่าทีที่เขามีให้เธอเต็มไปด้วยความแข็งกร้าว ของสิ่งนี้ขายให้หนึ่งร้อย ก็ไม่สามารถลดให้ได้แม้เพียงเศษเสี้ยว ถ้าอยากได้ในราคาเก้าสิบเก้า ก็คงต้องขออภัยเชิญไปร้านใหม่ ไม่งั้นก็กลับไปคิดทบทวนให้ดี
ในตอนนี้ซ่งหวั่นถิงไม่มีโอกาสเกลี้ยกล่อมใดๆ ทางเดียวที่ทำได้ ก็คือยุติการเจรจาไปก่อนชั่วคราว เพื่อคลายจังหวะ แล้วพรุ่งนี้ค่อยกลับมาคุยกันใหม่
“อืม คุณท่านเอ่ยพูดขึ้นมาว่า “ตอนนี้เข้าเดือนกุมภาแล้ว อีกไม่นานพวกเขาก็ต้องประกาศผลประกอบการของปีที่แล้ว ถ้าหากข้อมูลทางการเงินของพวกเขาไม่ค่อยสวย จะไม่ใช่แค่ผู้ถือหุ้นร้องเรียนพวกเขา แต่ยังมีนักลงทุนอีกด้วย ถ้าเป็นแบบนั้น ราคาหุ้นของพวกเขาก็จะตก ถ้าหากพวกเขาเปิดเผยว่าร่วมงานกับเราก่อนที่จะประกาศผลประกอบการแบบนั้นก็จะยังสามารถประคองอารมณ์ของผู้ถือหุ้นและนักลงทุนเอาไว้ได้”
ซ่งหวั่นถิงตอบกลับว่า “โอเค กลับถึงโรงแรมแล้วฉันจะเตรียมตัวให้ดี พรุ่งนี้จะได้ไปเจรจากับพวกเขาใหม่อีกครั้ง!”
ในเวลาเดียวกันนั้น โทรศัพท์ของฮาชิโมโตะ ชินคิจิก็ส่งเสียงดังขึ้นมา
ซ่งหรงวี่ ถือโทรศัพท์บ้านฟังเสียงรอสายอยู่ในคอนโดสุดหรูใจกลางเมืองจินหลิง
ฮาชิโมโตะ ชินคิจิกดรับสาย พูดกลั้วยิ้มขึ้นมาว่า “คุณซ่ง เร็วเหมือนกันนี่ครับ น้องสาวออกไปได้ไม่ทันไร คุณก็โทรมาหาเสียแล้ว!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...