ในเวลานี้ ซ่งหวั่นถิงรู้สึกกลัดกลุ้มเป็นอย่างมาก
เธอคิดไม่ถึงเลยว่า บริษัทนิปปอนสตีจะรับมือได้ยากขนาดนี้
อีกอย่าง ตลอดการเจรจา ก็มีแต่เธอที่ถูกไล่ต้อนฝ่ายเดียว อุตส่าห์เตรียมไพ่มาตั้งหลายใบ จนขนาดกลางไพ่ใบสุดท้ายออกมา ก็ไม่สามารถหาบทสรุปของการร่วมงานได้
เบื้องลึกในใจของเธอ รู้สึกได้ถึงความพ่ายแพ้
อีกอย่างเธอยังมีลางสังหารณ์ว่า การเจรจาในครั้งนี้ เธออาจจะไม่สามารถแย่งชิงผลลัพธ์ที่เธอต้องการมาได้ง่ายๆ
โชคร้ายเข้าหน่อย ครั้งนี้อาจจะไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมาเลยก็ได้
ระหว่างทางกลับโรงแรม เธอก็นำสิ่งที่คาดการณ์เอาไว้บอกเล่าให้คนในครอบครัวฟัง
แม้ว่าคุณท่านซ่งจะผิดหวังนิดหน่อย แต่ก็ยังพูดให้กำลังใจเธอว่า “หวั่นถิง การร่วมงานกับบริษัทนิปปอนสตีในครั้งนี้ แกไม่ต้องกดดันมากก็ได้ เรื่องนี้ถ้าเจรจาสำเร็จก็ดีไป แต่ถ้าไม่เราก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย อย่างมากก็แค่เสียงเงินไปนิดหน่อย แกไม่ต้องเครียดหรอก”
ซ่งหรงวี่ส่งข้อความตอบกลับมาว่า “ใช่ หวั่นถิง บริษัทนิปปอนสตีขึ้นชื่อว่าเป็นบริษัทที่รับมือยาก เลยมีหลายบริษัทในประเทศที่อยากร่วมงานกับพวกเขา แต่ไม่เคยมีบริษัทไหนเคยเจรจาสำเร็จจริงๆจังๆ ดังนั้นถ้าแกจะเจรจาไม่สำเร็จ ก็ไม่ใช่เรื่องน่าผิดหวังอะไรหรอก”
คำพูดของซ่งหรงวี่ ปลุกความอยากเอาชนะเบื้องลึกในใจของซ่งหวั่นถิงขึ้นมา
เธอรู้สึกว่า ยิ่งมีหลายคนหลายบริษัททำไม่สำเร็จ เธอก็ยิ่งอยากคว้ามันมาให้ได้!
ไม่อย่างนั้น เธอก็จะกลายเป็นหนึ่งในคนที่ยอมแพ้ง่ายๆเหล่านั้น
แต่ว่า สถานการณ์ในตอนนี้ไม่ค่อยแน่ชัด ดังนั้นซ่งหวั่นถิงจึงไม่กล้ามั่นใจอะไรเท่าไหร่ เธอพูดในกลุ่มครอบครัวว่า “พรุ่งนี้ฉันจะพยายามเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าสำเร็จก็ดีไป แต่ก็ไม่ก็ช่างมัน”
คุณท่านซ่งเอ่ยพูดว่า “ไม่เป็นไร สำเร็จหรือไม่ก็อย่าเก็บมาใส่ใจเลย ปู่ไม่อยากให้แกทุ่มเทให้กับงานจนทำร้ายตัวเอง เข้าใจไหม?”
ซ่งหวั่นถิงเองก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมา ดังนั้นจึงพยักหน้า แล้วพูดว่า “อืม เธอช่วยฉันสั่งมาหน่อยแล้วกัน”
ขณะที่พูด ซ่งหวั่นถิงก็เอ่ยถามขึ้นมาอีกว่า “พวกเธอกินอะไรหรือยัง?”
ผู้ช่วยสาวพยักหน้า “กินแล้วค่ะ”
ซ่งหวั่นถิงยิ้มออกมาเล็กน้อย พูดว่า “งั้นก็ดีแล้ว”
ยี่สิบนาทีต่อมา พนักงานของโรงแรมก็เข็นรถ นำอาหารเย็นที่ผู้ช่วยสั่งให้ซ่งหวั่นถิงมาส่งที่ห้อง
ซ่งหวั่นถิงปิดโน้ตบุ๊คลง เธอนั่งลงกินข้าวเข้าไปได้ไม่ทันไร จู่ๆสายโทรศัพท์จากฮาชิโมโตะ ชินคิจิก็ดังขึ้นมา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...