ในตอนที่รถตู้ไหลตกลงหน้าผา หัวใจของซ่งหวั่นถิงก็บีบรัดจนถึงขั้นสุด
แต่ว่า ยิ่งอยู่ในสถานการณ์ใกล้ตายแบบนี้ สมองของเธอก็ยิ่งฉายภาพชัด
ในเวลานี้สมองของเธอโลดแล่นอย่างรวดเร็ว ในหัวคิดไปถึงเรื่องราวต่างๆมากมายภายในเวลาสั้นๆ
เพราะว่าทุกความคิดในหัวมันเร็วไปหมด เวลาที่มีจึงช้าลงเรื่อยๆ
ในตอนที่รถตู้ชนกระแทกหินขนาดใหญ่ตรงขอบหน้าผา ซ่งหวั่นถิงก็รู้สึกว่าทั้งร่างกายถูกบีบอัดจนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
แต่โชคดี ที่เธอยังนั่งอยู่บนเบาะของรถหรู เบาะแบบนี้นุ่มสบายทั้งยังให้ความรู้สึกปลอดภัย สำคัญที่สุดก็คือส่วนที่รองรับร่างกายมีความนุ่มเป็นอย่างมาก
ตรงส่วนที่นุ่มของเบาะ สามารถผ่อนปรนแรงอัดมหาศาลที่ร่างกายได้รับ เหมือนนำไข่ไก่วางไว้ในกล่องที่เต็มไปด้วยขนนุ่น ค่าสัมประสิทธิ์ความปลอดภัยก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
แต่ถึงจะอย่างนั้น ซ่งหวั่นถิงก็ยังถูกแรงมหาศาลพุ่งชน ฉีกกระชากร่างกายจนแทบหมดสติ แรงนี้ทำให้อวัยวะภายในของเธออัดรวมอยู่ด้วยกัน ความเจ็บปวดนั้นมันมากเกินกว่าที่จินตนาการเอาไว้!
ในชั่ววินาทีนี้ จู่ๆเธอก็นึกถึงของสิ่งหนึ่ง ของที่เธอพกติดตัวอยู่ตลอด!
ในตอนนี้เอง หลังจากที่ตัวรถกระแทกหินก้อนใหญ่ ก็ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ จากนั้นก็ตกลงไปข้างล่างต่อ ซ่งหวั่นถิงพยายามยื่นมือเข้าไปในกระเป๋าเพื่อหยิบของสิ่งนั้นออกมาอย่างสุดชีวิต
ต่อมา เธอก็หยิบตลับไม้ไม่ใหญ่ไม่เล็กออกมาจากกระเป๋าได้ เนื่องจากตัวรถยังพลิกไปพลิกมา เธอจึงทำได้เพียงใช้สองมือกุมตลับไม้นั้นเอาไว้แน่นๆ ไม่กล้าผ่อนแรงลงแม้แต่วินาทีเดียว เพราะกลัวว่าตลับไม้ในมือจะหลุดออกไป!
เพราะเธอรู้ว่า ของที่อยู่ข้างในตลับไม้นี้ คือสิ่งเดียวที่จะสามารถช่วยชีวิตเธอเอาไว้ได้!
ซ่งหวั่นถิงเปิดตลับไม้ออกด้วยความรวดเร็ว ในตอนที่ตัวรถกำลังจะชนกระแทกอีกครั้ง เธอก็หยิบเม็ดยาที่อยู่ในตลับไม้นั้นยัดใส่ปากอย่างไม่ลังเล!
เสียงโครมครามดังสนั่นขึ้น
คราวนี้ ตัวรถชนกระแทกอย่างรุนแรงมากกว่าเดิม!
ตัวรถตู้พุ่งลงไปข้างล่าง ตกกระทบลงบนก้อนหินขนาดใหญ่!
วินาทีนั้นประตูรถที่อยู่ทางซ้ายมือของซ่งหวั่นถิง กระแทกลงบนก้อนหินจนเกิดรอยบุบขนาดใหญ่!
ต่อมา อีกคำพูดหนึ่งก็แย้งเข้ามาในหัว “ไม่ใช่สิ! ไม่ใช่มอบชีวิตให้แก่พระเจ้า แต่มอบชีวิตให้เย่เฉินต่างหาก!”
แรงกระแทกอย่างหนักประดังเข้ามาอีกครั้ง
ซ่งหวั่นถิงรู้สึกว่าตัวเองใกล้จะหมดสติเต็มที
ในชั่ววินาทีสุดท้าย เธอกัดเม็ดยาให้แตก แล้วกลืนเม็ดยาที่เต็มไปด้วยกลิ่นยาขมๆลงไปในท้องทันที!
วินาทีต่อมา ซ่งหวั่นถิงก็หมดสติไปอย่างสมบูรณ์แบบ ร่างกายถไลกลิ้งไปตามรถ
ในตอนนี้เองฤทธิ์ยาที่ซ่งหวั่นถิงกลืนลงไปก็กำลังแตกตัวอยู่ในท้องของเธออย่างรุนแรง
ความเร็วในการแตกตัวของยาเป็นไปอย่างว่องไว ไหลเวียนไปยังจุดต่างๆภายในร่างกายของเธออย่างรวดเร็ว
ร่างกายของซ่งหวั่นถิงในตอนนี้ แทบจะสูญสิ้นกำลังไปหมดทุกอย่าง แต่ขณะนั้นเอง ฤทธิ์ยาที่ออกฤทธิ์อย่างแข็งแกร่งก็สามารถทำให้ร่างกายของเธอฟื้นคืนสภาพกลับมาได้อย่างฉับพลัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...