อิโตะ นานาโกะก็ถามว่า: “เย่เฉินซัง งั้นคุณเตรียมจะทำยังไง?”
เย่เฉินยิ้มเล็กน้อย: “ผมอยากจะทำแผนซ้อนแผนให้กับพวกเขา”
“แผนซ้อนแผนเหรอ?!”อิโตะ นานาโกะถามด้วยความประหลาดใจ: “เย่เฉินซัง รายละเอียดเป็นแผนซ้อนแผนแบบไหนเหรอ?”
เย่เฉินพูดด้วยรอยยิ้มว่า: “ซ่งหรงวี่และพ่อของเขาคิดว่าซ่งหวั่นถิงมีโอกาสรอดชีวิตน้อยมากไม่ใช่เหรอ? อีกอย่าง พวกเขาคิดว่าสามารถที่จะทำให้คุณท่านซ่งกลายเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้อย่างแน่นอนไม่ใช่? ถ้าหากทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ และผมก็จะประกาศว่าการค้นหาต่อตระกูลซ่งในโตเกียวไม่มีอะไรสักอย่าง ซ่งหรงวี่พวกเขาสองคนพ่อลูกก็จะโล่งอกไม่ใช่เหรอ?”
อิโตะ นานาโกะพยักหน้าพูดว่า: “นั่นมันก็แน่นอนอยู่แล้ว สองพ่อลูกนี้ถึงเวลานั้นไม่แน่ก็อาจจะมีความสุขจนที่จะเฉลิมฉลองด้วยดอกไม้ไฟ”
เย่เฉินยิ้มแล้วถามว่า: “งั้นถ้าหากตอนที่พวกเขาได้ใจมากที่สุด ให้พวกเขารู้ว่าอันที่จริงแล้วคุณท่านซ่งไม่ได้เป็นโรคอัลไซเมอร์และซ่งหวั่นถิงก็ไม่ได้เสียชีวิต พวกเขาจะเป็นยังไง?”
อิโตะ นานาโกะเม้มปากแล้วยิ้ม: “ถ้าเรื่องรักสนุกทุกข์ถนัดแบบนี้เกิดขึ้น พวกเขาคงจะอกแตกตายอย่างแน่นอน…”
เย่เฉินพยักหน้า: “ถูกต้อง! ผมก็ต้องการให้พวกเขารักสนุกทุกข์ถนัด!”
พูดแล้ว เขาก็หยิบโทรศัพท์ออกมา โทรหาคุณท่านซ่ง
หลังจากที่รับสาย คุณท่านซ่งรีบถามว่า: “อาจารย์เย่ คุณตามหาเบาะแสที่เกี่ยวข้องกับซ่งหวั่นถิงพบหรือยัง?”
เย่เฉินพูดว่า: “คุณท่าน ผมโทรหาคุณ มีข้อตกลงบางอย่างที่จะปรึกษาหารือกับคุณ”
คุณท่านซ่งรีบพูดอย่างรวดเร็วว่า: “อาจารย์เย่คุณมีเรื่องอะไรสั่งการมาได้เลย!”
คุณท่านซ่งก็ยิ่งตกใจมากขึ้น: “อาจารย์เย่ คุณหมายความว่ายังไง? หรือว่า…หรือว่ามีคนจะวางยาพิษผมเหรอ?”
เย่เฉินพูดอย่างตรงไปตรงมาเป็นอย่างมาก: “คุณท่าน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คุณจะต้องระมัดระวังซ่งเทียนหมิงลูกชายคนโตของคุณตลอดเวลา เท่าที่ผมรู้ เขามีแนวโน้มที่จะใช้ยาทำลายประสาทบางอย่างมาทำลายสมองของคุณ!”
“ดังนั้น คุณเอายาอายุวัฒนะเศษหนึ่งส่วนห้าของหนึ่งเม็ดแช่น้ำแล้วกินลงไปล่วงหน้า รอหลังจากที่เจอเขา ไม่ว่าเขาจะให้คุณกินอะไร คุณก็ต้องกิน; ไม่ว่าเขาจะให้คุณดื่มอะไร คุณก็ต้องดื่ม ต่อจากนั้นต้องอยู่ในเวลาที่เหมาะสม แกล้งทำเป็นจำอะไรไม่ได้และท่าทางที่ไม่รู้อะไร”
พูดถึงตรงนี้ เย่เฉินก็พูดว่า: “หรือว่าฉันจะพูดให้ตรงกว่านี้ คุณอยู่ตรงหน้าของซ่งเทียนหมิง เล่นละครเป็นผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์คนหนึ่ง!”
คุณท่านซ่งตกตะลึงอย่างสุดขีด: “อา…อาจารย์เย่…คุณหมายความว่า…เทียนหมิงเขา…จะทำร้ายผมเหรอ?!”
เย่เฉินก็ไม่ได้ปิดบัง และพูดอย่างจริงจังว่า: “จากข้อมูลที่ผมได้รับมาตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ดังนั้นคุณต้องแผนซ้อนแผน ดูว่าพวกเขาจะมาไม้ไหนอีก!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...