ดังนั้น หลังจากที่ซ่งเทียนหมิงวางยาให้ตัวเองแล้วก่อนหน้าที่เย่เฉินยังไม่กลับมา ตัวเองก็ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์คนหนึ่ง
ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ ใช้โทรศัพท์ไม่เป็น ดังนั้นในระยะเวลาช่วงนี้ตัวเองไม่สามารถที่จะแตะโทรศัพท์ได้
ดังนั้น เผื่อเอาไว้ การลบซอฟต์แวร์โดยตรงจะมีความมั่งคงมากขึ้น
ต่อจากนั้น คุณท่านซ่งก็หายาอายุวัฒนะ ขูดจากข้างในหนึ่งชั้น แช่ไว้ในน้ำแล้วทานลงไป
ต่อจากนั้น เขาก็กลับไปนอนที่เตียงของตัวเอง
ในขณะนี้ หน้าจอภาพที่หัวเตียงก็สว่างขึ้นอย่างกะทันหัน ซ่งเทียนหมิงก็ปรากฏอยู่ในภาพ สิ่งที่ตามมาด้วย เสียงเรียกเข้าอันไพเราะของTurkish march
นี่เป็นกริ่งประตูห้องของคุณท่านซ่ง
เนื่องจากห้องชุดของตัวเขาเองใหญ่เกินไป ตอนที่คนอยู่ในห้องนอนหรือห้องหนังสือ ไม่ได้ยินเสียงมีคนเคาะประตูอยู่ข้างนอกด้วยซ้ำ ดังนั้นถึงได้ติดตั้งกริ่งประตูวิดีโอชุดนี้
เมื่อมองดูลูกชายคนโตของตัวเองมาพร้อมกับรังนกที่วางยา มาถึงที่ประตูข้างนอกห้องของตัวเอง: คุณท่านซ่งก็ถอนหายใจเบาๆ แล้วกดปุ่มตอบรับ:“เทียนหมิง แกมีเรื่องอะไรเหรอ?”
ซ่งเทียนหมิงรีบพูดกับกล้องว่า: “พ่อครับ พ่อยังนอนอยู่หรือเปล่า?”
คุณท่านซ่งแกล้งทำเป็นน้ำเสียงเหนื่อยเล็กน้อยพูดว่า: “ฉันเพิ่งจะนอนหลับไปก็ถูกแกทำให้ตื่น มีเรื่องอะไรรีบร้อนขนาดนี้เหรอ?”
ซ่งเทียนหมิงรีบพูดว่า: “พ่อ เมื่อกี้นี้เห็นท่าทางของพ่อเหนื่อยล้า ก็เลยให้ห้องครัวตุ๋นรังนกใส่น้ำตาลกรวดให้พ่อหนึ่งชาม อยากให้พ่อดื่มตอนที่ยังร้อนๆบำรุงกำลังกาย และก็ฟื้นฟูปราณต้นทุนแต่กำเนิดสักหน่อย”
คุณท่านซ่งอือคำหนึ่ง และพูดว่า: “แกมีใจ ก็เข้ามาเถอะ”
พูดแล้ว ก็กดปุ่มเพื่อเปิดประตู
สุดท้ายแล้ว ลูกชายคนนี้ของตัวเอง ยังจะลงมือกับตัวเอง
ดังนั้น เขาจึงลุกขึ้นมาอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย พูดกับซ่งเทียนหมิงว่า: “ไป ประคองฉันไปนั่งที่ห้องนั่งเล่นสักพัก ฉันไปดื่มที่ห้องนั่งเล่น!”
ในใจของซ่งเทียนหมิงก็ดีใจ และรีบพูดว่า: “ได้ครับพ่อ! ผมประคองพ่อไปที่ห้องนั่งเล่น!”
ซ่งเทียนหมิงประคองคุณท่านมาถึงที่ห้องนั่งเล่น ให้คุณท่านนั่งลงที่บนโซฟา ก็รอไม่ไหวที่จะยื่นรังนกน้ำตาลกรวดไปให้ในทันที และพูดด้วยความเคารพว่า: “พ่อครับ พ่อดื่มตอนที่ยังร้อนอยู่เถอะ”
คุณท่านซ่งไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย พยักหน้ารับรังนกน้ำตาลกรวดชามนั้นมา ดื่มคำหนึ่ง และพูดชื่นชมว่า: “รสชาติดีนะ แกมีใจแล้ว!”
ซ่งเทียนหมิงคาดไม่ถึงว่าเรื่องราวจะราบรื่นขนาดนี้ ในใจอดไม่ได้ที่จะดีใจ และพูดด้วยรอยยิ้มว่า: “พ่อ พ่อยังจะเกรงใจผมขนาดนั้นทำไม สิ่งนี้ผมควรทำไม่ใช่เหรอ?”
“ควรทำเหรอ?”คุณท่านซ่งยิ้มเล็กน้อย พยักหน้าอย่างจริงจังในทันที เขาระงับความเศร้าโศกในส่วนลึกของหัวใจไว้ และอุทานออกมาอย่างจริงใจว่า: “โธ่เอ๊ย พูดถูก ควรที่จะทำ ควรที่จะทำจริงๆ! ฉันซ่งจี่โม่ เลี้ยงดูลูกชายที่ดีคนหนึ่ง! ฮ่าๆๆๆๆ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...