เรือที่เย่เฉินโดยสาร หลังจากที่ออกจากท่าเรือ ก็กำลังมุ่งหน้าไปทางน่านน้ำข้ามพรมแดน
เพราะว่าฮาชิโมโตะ ชินคิจิถูกขังอยู่ในห้องโดยสารที่ชั้นล่าง ดังนั้นเย่เฉินก็ตัดสินใจพาซ่งหวั่นถิงลงไปจัดการหมอนั่น
กะลาสีบนเรือพาทั้งสองคนไปที่ห้องโดยสารด้านล่าง และเปิดประตูหนึ่งในนั้นหนึ่งบาน
ในห้อง ชายคนหนึ่งใส่ชุดสูทขนสัตว์คุณภาพสูง แขนขาก็ถูกยึดติดกับเก้าอี้อย่างแน่นหนา มือทั้งสองถูกมัดไว้กับที่วางแขนของเก้าอี้ ขาทั้งสองและแขนทั้งสองถูกมัดติดกับขาหน้าของเก้าอี้ บนศีรษะยังคลุมถุงสีดำ และคลุมทั้งหัวไว้ด้านใน
เย่เฉินสันนิษฐานว่า คนคนนี้ น่าจะเป็นฮาชิโมโตะ ชินคิจิ
คนของนางาฮิโกะ อิโตะ เพื่อคำนึงถึงความรอบคอบ ตั้งใจใช้ท่อเหล็กกลม ใส่ทุกนิ้วของฮาชิโมโตะ ชินคิจิเข้าไปอย่างแน่นหนา ต่อจากนั้นก็ยึดเข้ากับที่วางแขนเข้าด้วยกัน
แบบนี้ ฮาชิโมโตะ ชินคิจิไม่สามารถแม้แต่จะงอนิ้วได้ นับประสาอะไรกับความเป็นไปได้ที่จะหลบหนีไปได้
นอกเหนือจากนี้ ยังมีชายคนหนึ่งถือปืนช็อตไฟฟ้ายืนอยู่ข้างๆ จ้องมองมาที่เขาอย่างไม่กะพริบตา งานรักษาความปลอดภัยเรียกได้ว่าถึงที่เป็นอย่างมาก
เมื่อชายที่ถือปืนช็อตไฟฟ้าเห็นเย่เฉินเข้ามา พูดย่างเคารพในทันทีว่า: “คุณเย่ คุณมาแล้ว!”
เย่เฉินพยักหน้า และเอ่ยปากถามว่า: “นี่คือฮาชิโมโตะ ชินคิจิเหรอ?”
“ใช่!”คนคนนั้นถอดผ้าคลุมบนหัวของฮาชิโมโตะ ชินคิจิลงมา และพูดว่า: “คุณเย่ ไอ้หมอนี่ก็คือฮาชิโมโตะ ชินคิจิ! พวกเราตรวจสอบชัดเจนแล้ว!”
ในเวลานี้ฮาชิโมโตะ ชินคิจิยังไม่ได้ปรับตัวเข้ากับแสงที่แยงตา ในปากถูกยัดด้วยผ้าขนหนู ดังนั้นไม่สามารถพูดได้ทำได้เพียงครวญคราง ร่างกายก็ดิ้นรนไม่หยุดหย่อน
ฮาชิโมโตะ ชินคิจิถามโดยไม่รู้ตัวว่า: “แกเป็นใคร?! ฉันไม่รู้จักแกด้วยซ้ำทำไมแกต้องสั่งให้คนอื่นมาลักพาตัวฉันด้วย?!”
เย่เฉินคิดไม่ถึงว่าหมอนี่จะดื้อรั้น ก็ตบหน้าไปในทันที และด่าทอด้วยความโกรธว่า: “แกแมร่งยังเก่งกาจจริงๆ ตัวเองทำเรื่องต่ำช้าไร้ยางอายอะไรไว้ ในใจของตัวแกเองไม่รู้เหรอ? ยังกล้าที่จะตั้งคำถามกับฉันเหรอ?”
ฮาชิโมโตะ ชินคิจิอ้าปากพูดว่า: “ฉัน…ฉันเป็นพลเมืองที่ปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น! เป็นรองประธานของบริษัทนิปปอนสตี! ฉันไม่เคยทำอะไรที่ผิดกฎหมาย แต่กลับเป็นแก…รู้โทษหนักของการลักพาตัวคนหรือเปล่า?!”
เย่เฉินตบเขาอีกครั้ง และด่าว่า: “โทษหนักใช่มั้ย? ก็ได้ งั้นแกดูเธอ ต่อจากนั้นบอกฉันว่าโทษของลักพาตัวหนักกว่า หรือว่าฆาตกรรมที่หนักกว่า!”
พูดแล้ว เขาก็ดึงซ่งหวั่นถิงมาข้างกายตัวเอง
เมื่อฮาชิโมโตะ ชินคิจิเห็นซ่งหวั่นถิง คนทั้งคนก็ตกใจจนตะลึงจนตาค้างในทันที!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...