ซูรั่วหลีถูกเย่เฉินถามจนพูดอะไรไม่ออก
เหตุผลที่ยอมอุทิศชีวิตขนาดนี้ นั่นก็เพราะว่าเธอได้รับการสั่งสอนแบบล้างสมองมาตั้งแต่เด็กๆ
เธอคิดอย่างหนักแน่นเสมอมาว่า ตัวเองควรที่จะทุ่มเททุกอย่างแม้แต่ชีวิตให้ตระกูลซูและพ่อ
แต่ว่า แน่นอนว่าคำพูดเหล่านี้เธอไม่สามารถพูดมันออกไปให้เย่เฉินรู้ได้
ดังนั้นเธอจึงทำได้เพียงร้องไห้อ้อนวอนออกมาว่า “แม้ว่าฉันจะมีชีวิตมาได้ไม่นาน แต่ฉันก็แทบจะไม่เคยเอ่ยขอร้องใคร วันนี้ฉันขอร้องนายเถอะนะ ได้โปรดปล่อยฉันไป อย่าทรมานฉันอีกเลยได้ไหม....ขอร้องล่ะ....”
เย่เฉินส่ายหัวแล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “โทษที แต่เธอยังตายตอนนี้ไม่ได้!”
...
ขณะเดียวกัน ในห้องคนขับของเรืออีกลำ
กัปตันและเหล่าลูกเรือต่างมองมาอย่างเบิกตาอ้าปากค้าง
พวกเขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ซูรั่วหลีออกหมัดกับผู้ชายคนนั้นได้ไม่ทันไร กลับถูกจับล็อกอยู่กับที่ราวกับโดนมนต์สะกด!
อีกอย่าง ท่าทางเดี๋ยวพยักหน้า เดี๋ยวส่ายหน้า เดี๋ยวก็ร้องไห้อย่างเจ็บปวดของเธอ ในสายตาของคนบนเรือ มันยิ่งกว่าโดนสะกดจิตเสียอีก
กัปตันเรือรีบหยิบวิทยุดาวเทียมออกมา พร้อมกดโทรหาเบอร์โทรในประเทศ
เขานำเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ที่นี่เล่าให้ปลายสายฟังอย่างละเอียด จากนั้นก็รับฟังคำสั่งจากปลายสาย
เขารีบพยักหน้าเร็วๆแล้วพูดว่า “ได้ครับ รับทราบ!ผมจะดำเนินการตามที่สั่ง!”
พูดจบ เขาก็วางสาย แล้วเอ่ยพูดเสียงเย็นว่า “รีบแจ้งคุณสวีว่าคุณท่านมีคำสั่งใหม่!”
ลูกเรือที่อยู่ข้างๆรีบหันหลังวิ่งไปยังชั้นใต้สุดของเรือ
หน้าไม้ไม่เพียงแค่มีอานุภาพและความแม่นยำที่มากพอ แต่ยังมีข้อดีคือเสียงเบา เหมาะกับใช้ล่าสัตว์ในยามกลางคืนเป็นอย่างมาก
ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ หลายๆประเทศในโลกล้วนแล้วแต่มีปืนเป็นของต้องห้าม และมีข้อจำกัดทางกฎหมายที่เข้มงวด
คนปกติทั่วไปได้จับปืนจึงเป็นเรื่องที่ยากแสนยาก ยิ่งเป็นปืนไรเฟิลยิ่งไม่ต้องพูดถึง
แต่หน้าไม้ไม่ได้มีข้อจำกัดเยอะขนาดนี้ อย่างเช่นหน้าไม้ที่คนผู้นี้กำลังถืออยู่ในมือ เป็นหน้าไม้ที่เอาไว้ใช้แข่งกีฬา มีอานุภาพล้นเหลือ แม้แต่เกราะกันกระสุนก็ยังสามารถยิงทะลุได้ ถือเป็นอาวุธล่าสัตว์ยามกลางคืนที่วิเศษเป็นอย่างมาก
ชายหนุ่มถือหน้าไม้เดินขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้าของเรือ
กัปตันเรือรีบเอ่ยพูดกับเขาว่า “คุณสวี เร็วเข้า คุณท่านสั่งมาว่า ให้รีบจัดการผู้ชายที่อยู่บนเรือคนนั้นซะ!”
ชายหนุ่มมองไปที่เย่เฉินและซูรั่วหลีที่อยู่บนเรือตรงข้าม มุมปากก็ตวัดขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็น เอ่ยพูดเสียงนิ่งว่า “ใกล้แค่นี้แถมยังอยู่นิ่งๆอีก นี่มันเป้านิ่งดีๆเลยนี่นา”
พูดจบ เขาก็รีบเปิดหน้าต่างออกไปบานหนึ่ง ปรับกล้องส่องทางไกลให้เล็งไปที่ขมับด้านซ้ายของเย่เฉิน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...