แม้ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองพ่ายแพ้และไม่เก่งมากพอ แต่ความเก่งกาจของผู้ชายตรงหน้าเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ มันเกินขอบเขตความรู้ที่ตัวเองมีต่อการต่อสู้ไปมากโข
เย่เฉินแสยะยิ้ม แล้วหันไปมองทางฝั่งเรือตรงข้าม
นักฆ่าที่ถือหน้าไม้อยู่ในมือพลันสะดุ้งโหยงเพราะสายตาของเขา
เขาลังเลเล็กน้อย จากนั้นก็เอ่ยพูดกับกัปตันเรือเสียงเบาว่า “ครั้งสุดท้ายนี้ ไม่ว่าฉันจะยิงถูกหรือไม่ก็ตาม สิ่งแรกที่นายต้องทำคือปล่อยแรงม้าของเรือออกให้เร็วที่สุด ผู้ชายคนนั้นเก่งกาจเกินไป เราอยู่ให้ไกลเขามากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี!”
กัปตันเรือรีบยื่นมือออกไปวางไว้บนปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมกันนั้นก็เอ่ยพูดกับลูกน้องข้างๆว่า “หลังจากที่คุณสวียิงลูกดอกหน้าไม้ดอกที่สองออกไป แกรีบคุมหางเสือซ้าย ส่วนฉันจะปล่อยแรงม้าออกให้แรงที่สุด เข้าใจไหม?”
ต้นเรือขานรับออกมาทันที “เข้าใจครับ!”
“ดี!” กัปตันเรือพยักหน้า จากนั้นก็มองไปที่คุณสวีด้วยใบหน้าเครียดๆ
คุณสวีสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็ ยกหน้าไม้ขึ้นมาแล้วยิงออกไปทันที!
ต่อมา เขาก็รีบตะโกนว่า “ถอย! เร็วเข้า!”
กัปตันเรือและต้นเรือเริ่มลงมือ ควบคุมหางเรือซ้ายเตรียมตัวหนีด้วยความเร็ว
ในวินาทีที่เขายิงลูกดอกหน้าไม้ออกไป ทางด้านเย่เฉินก็รับรู้ได้ว่าลูกดอกกำลังพุ่งเข้ามา
ตอนแรกเขากำลังจะยื่นมือออกไปจับเอาไว้ แต่จู่ๆเขาก็หยุดการกระทำนั้น
เพราะเขาสังเกตเห็นว่า ลูกดอกหน้าไม้ดอกนั้นไม่ได้กำลังพุ่งมาที่เขา!
แต่กำลังพุ่งไปที่ซูรั่วหลีที่อยู่ข้างๆ!
วินาทีต่อมา ซูรั่วหลีก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดบริเวณต้นขา
ต่อมา เขาก็เอาลูกดอกหน้าไม้ดอกแรกที่อยู่ในมือปาไปทางเรือที่กำลังเตรียมหนีไป
ด้านคุณสวีกำลังจ้องมองมาที่เขาทั้งสองคน เพื่อดูว่าซูรั่วหลีจะตายเพราะพิษออกฤทธิ์เมื่อไหร่ แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าเบื้องหน้าจะมีเงาดำพุ่งเข้ามาอย่างฉับพลัน!
จากนั้น เขาก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดบริเวณหน้าผาก วินาทีต่อมา ลูกดอกหน้าไม้ก็ยิงทะลุกลางกะโหลก จนทำให้เขาตายคาที่!
เมื่อกัปตันกับลูกเรือคนอื่นๆในเรือเห็นภาพเบื้องหน้า แต่ละคนต่างก็ตกใจขวัญกระเจิง กัปตันตื่นกลัวจนร่างกายหดเกร็ง ดันคันบังคับเรืออย่างเอาเป็นเอาตาย พร้อมกับตะคอกออกมาว่า “ทำไมเรือถึงช้าขนาดนี้!”
ต้นเรือกอดหางเสือเรือเอาไว้ แล้วตะโกนออกไปเสียงแหบเสียงแห้งว่า “กัปตัน! คุมหางเสือซ้ายแล้ว! เร่งเครื่องหมุนรอบค่อนข้างยาก ถ้าหมุนไปได้ก็น่าจะไม่เป็นไรแล้ว!”
ในตอนที่เรือกำลังจะหมุนเปลี่ยนทิศเพื่อหนีไป เย่เฉินก็ออกตัววิ่งอยู่บนดาดฟ้าเรือ จากนั้นก็ทะยานตัวขึ้นสูงแล้วทิ้งตัวลงบนดาดฟ้าของเรืออีกลำ!
ในตอนนี้เอง ลูกเรือคนหนึ่งตกใจจนร่างชักเกร็ง “กัปตัน...เขา...กระโดดขึ้นมาบนเรือของเราแล้ว!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...