ในตอนนี้เอง กัปตันเรือก็รีบพูดขึ้นมาว่า คุณท่าน ผมจะออกเรือเดี๋ยวนี้ ผมจะหาศพให้เจอ และส่งไปให้กองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดินญี่ปุ่น!”
ซูเฉิงเฟิงเอ่ยพูดขึ้นมาว่า “ถ้าเรื่องนี้แกทำไม่สำเร็จ แกก็อย่ากลับมา!”
“ครับคุณท่าน!"
กัปตันเรือตอบตกลงออกไป จากนั้นถึงได้กดตัดสาย มองมาทางเย่เฉิน เอ่ยพูดด้วยใบหน้าอ้อนวอนว่า “คุณครับ ถ้าซูเฉิงเฟิงรู้ว่าผมโกหกเขา เขาต้องสับผมเป็นชิ้นๆแน่...”
เย่เฉินเอ่ยพูดนิ่งๆว่า “ไม่ต้องห่วง ในเมื่อนายทำตามที่ฉันบอก ยังไงฉันก็จะทำตามคำสัญญาที่ให้กับนายไว้อยู่แล้ว!”
พูดจบ เย่เฉินก็พูดขึ้นมาอีกว่า “คืนนี้พวกนายกลับไปที่เมืองจินหลิงกับฉันก่อน หลังจากนั้น ฉันจะให้พวกนายกบดานอยู่ในที่ที่ปลอดภัย ถึงเวลานั้นพวกนายก็คงต้องใช้ชีวิตแบบหลบๆซ่อนๆไปก่อน หลังจากที่ฉันจัดการตระกูลซูเสร็จพวกนายก็จะสามารถกลับมามีชีวิตอิสระและเปิดเผยได้แล้ว “
เมื่อกัปตันเรือได้ยินดังนี้ ก็คุกเข่าลงอย่างดีใจ โขกหัวกับพื้นไปพลาง พูดอย่างซาบซึ้งไปพลาง “คุณครับ งั้นหลังจากนี้พวกผมขอฝากเนื้อฝากตัวกับคุณด้วยนะครับ!”
คนที่เหลือต่างก็ทยอยคุกเข่าลงเหมือนกัน
การที่เย่เฉินไว้ชีวิตพวกขา มันทำให้พวกเขารู้สึกดีใจอย่างหาที่สุดไม่ได้ พร้อมกันนั้นก็รู้สึกซาบซึ้ง ในสถานการณ์อย่างนี้ พวกเขาจึงเชื่อฟังคำสั่งของเย่เฉินทุกอย่าง
ในตอนนี้เองเย่เฉินก็หันมาทางซูรั่วหลี เอ่ยพูดนิ่งๆว่า “เป็นไงสาวน้อย? เหมือนที่ฉันพูดไม่มีผิด ไอ้แก่ซูเฉิงเฟิงไม่เคยคิดที่จะช่วยเธอกลับประเทศ ทุกอย่างเป็นแค่การจัดฉากตบตาเธอก็เท่านั้นเอง”
ดวงตาของซูรั่วหลีบวมแดง ไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนอย่างเมื่อสักครู่ เธอเอ่ยถามด้วยใบหน้าหม่นแสง แต่กลับเต็มไปด้วยความคลางแคลงใจ “แต่มีเรื่องหนึ่งที่ฉันยังไม่เข้าใจ ทำไมเขาต้องจัดฉากตบตาฉันด้วยล่ะ? ไหนๆเขาก็ไม่ได้คิดจะช่วยฉัน...ไม่ว่าฉันจะตายอยู่ในทะเล หรือถูกกองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดินญี่ปุ่นจับตัวไป ยังไงฉันก็ไม่มีทางหนีรอดจากญี่ปุ่นได้อยู่แล้ว มีความจำเป็นอะไรที่เขาต้องลงทุนจัดฉากเพื่อตบตาฉันด้วยล่ะ?”
เย่เฉินยักไหล่ พูดยิ้มๆขึ้นมาว่า “ในเมื่อจัดละครฉากหนึ่งขึ้นมาขนาดนี้ แน่นอนว่าผู้ชมต้องไม่ได้มีแค่คนเดียวอยู่แล้ว นอกจากเธอ บางทีอาจจะมีผู้ชมคนอื่นที่จำเป็นต้องเห็นการจัดฉากนี้ ยกตัวอย่างเช่นครอบครัวฝั่งแม่ของเธอ”
“ยอดฝีมือของตระกูลเหอ แทบจะถูกส่งตัวไปรับใช้ตระกูลซูทุกคน!”
“ดังนั้น การที่ซูเฉิงเฟิงจัดฉากนี้ขึ้นมา ต้องเป็นเพราะอยากให้ตระกูลเหอเห็นและรู้ว่า ตระกูลซูพยายามช่วยฉันอย่างเต็มที่แล้ว!”
“เมื่อเป็นแบบนี้ ก็จะได้รับความรู้สึกดีๆจากตระกูลเหอ ทำให้ตระกูลเหอจงรักภักดีกับตระกูลซูไปจนตาย!”
ในตอนที่เธอเข้าใจที่มาที่ไปทุกอย่าง เย่เฉินก็เอ่ยพูดยิ้มๆขึ้นมาว่า “สาวน้อย ไม่รู้ว่าเธอเคยฟังเรื่องเล่าสนุกๆเรื่องหนึ่งมาก่อนไหม”
ซูรั่วหลีเอ่ยถามขึ้นมาว่า เรื่องเล่าอะไร?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...