กัปตันเรือรีบพยักหน้า
ในตอนนี้ หกคนที่ถูกเย่เฉินโยนลงไปในทะเล ต่างก็สูญสิ้นลมหายใจหมดแล้ว
ศพของบางคนเริ่มจมลงไปในทะเลลึก
เย่เฉินเดินนำกัปตันมายังเรืออีกลำ หลังจากที่กัปตันเรือกำหนดทิศทางเรือเสร็จ เย่เฉินก็บอกให้เขากลับไปก่อน
จากนั้น เขาก็เปิดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ให้ถึงความเร็วสูงสุด ไม่ทันไรเรือก็ออกแล่นด้วยความรวดเร็ว
เมื่อซ่งหวั่นถิงที่อยู่บนเรืออีกลำเห็นเรือแล่นออกไป ก็ตะโกนออกมาอย่างกังวลว่า “อาจารย์เย่....”
หลังจากเสียงถูกเปล่งออกไป ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นมา แล้วทิ้งตัวลงในน้ำด้วยท่วงท่าที่สมบูรณ์แบบ
ต่อมา เธอก็เห็นเย่เฉินโผล่หัวขึ้นมาจากน้ำอย่างสบายๆ พร้อมกับว่ายกลับมาที่เรืออย่างไม่รีบไม่ร้อน
ซ่งหวั่นถิงเป็นห่วงเย่เฉิน จึงรีบไปหยิบผ้าเช็ดตัวมา ในวินาทีที่เย่เฉินขึ้นมาบนเรือ เธอจึงรีบยื่นผ้าเช็ดตัวไปให้ เอ่ยพูดอย่างห่วงใยว่า “อาจารย์เย่ รับเช็ดตัวให้แห้ง และไปแช่น้ำอุ่นเร็วเข้า เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอา....”
เย่เฉินยิ้มออกมาเล็กน้อย “ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ได้แล้ว”
ขณะที่พูด เขาก็หันไปเอ่ยสั่งกัปตันเรือข้างๆว่า “เรารีบออกเรือได้แล้ว ต้องเข้าไปในเขตทะเลหลวงให้เร็วที่สุด”
“ครับคุณเย่!” กัปตันเรือรีบพยักหน้า แล้วพูดว่า “คุณไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะครับ พวกผมจะออกเรือเดี๋ยวนี้!”
เย่เฉินขมวดคิ้วเอ่ยถามว่า “ฉันทำอะไร?”
ซูรั่วหลีเอ่ยพูดว่า “นายกำจัดพิษในร่างกายของฉันได้ยังไง? แถมยังห้ามเลือดให้ฉันได้ด้วย แล้วที่ยิ่งไม่เข้าใจก็คือ การเคลื่อนไหวของร่างกายฉันเหมือนจะถูกควบคุมเอาไว้....”
เย่เฉินเอ่ยพูดนิ่งๆ “ในเมื่อเธอเป็นคนที่มีทักษะต่อสู้ คงเข้าใจเรื่องพลังในอยู่แล้วใช่ไหม?”
ซูรั่วหลีพยักหน้า เอ่ยพูดอย่างจริงจังว่า “เรื่องกำลังในฉันรู้อยู่แล้ว แต่ว่า สิ่งนี้มันเหมือนจะเกินขอบเขตของพลังในไปหน่อยไหม?”
“การที่คนมีวิชาต่อสู้ฝึกปรือพลังใน ก็เพื่อที่จะเสริมสร้างความสามารถและความแข็งแกร่งให้กับร่างกายตัวเอง พลังในสามารถหมุนเวียนอยู่ในร่างกายของใครของมันได้เท่านั้น แต่เหมือนว่าพลังในของนายกำลังหมุนเวียนอยู่ในร่างกายของฉัน...มัน...มันแปลกเกินไป....”
เย่เฉินส่งเสียงหึออกมา เอ่ยพูดด้วยใบหน้าหยิ่งผยองว่า “พลังในของฉัน กับพลังในของเธอ มันคนละขั้วกันเลย คนโบราณกล่าวว่า แสงหิ่งห้อยไม่อาจสว่างเท่าแสงดวงอาทิตย์ ถ้าพลังในของฉันคือแสงอาทิตย์ พลังในของเธอก็เป็นได้แค่แสงหิ่งห้อยเท่านั้นแหละ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...