ซูรั่วหลีเองก็รู้ดี ถ้าเป็นแผลปกติเธอจัดการเองได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าลามถึงเส้นชีพจร หากต้องจัดการเองจึงค่อนข้างยุ่งยาก
อีกอย่าง ถ้าแผลลามไปถึงเส้นประสาท ต้องมีอาการเจ็บป่วยตามมาภายหลังอย่างแน่นอน ถ้าเป็นอย่างนั้น ความสามารถในการต่อสู้ก็จะได้รับผลกระทบ
คิดมาถึงตรงนี้ ในใจของซูรั่วหลีก็เกิดความลังเล ไม่รู้ว่าควรให้เย่เฉินช่วยดีหรือไม่
ถึงอย่างไรเย่เฉินก็เป็นถึงยอดฝีมือที่มีความเก่งกาจห่างไกลจากตัวเอง ถ้าให้เขามาทำแผลให้ ต้องน่าเชื่อถือกว่าแน่นอน
เมื่อเย่เฉินเห็นสีหน้าทุรนทุรายของเธอ ก็พูดออกมาอย่างเด็ดขาดว่า “เอาล่ะ หยุดลีลาได้แล้ว ชีวิตสำคัญกว่าทุกอย่าง อีกอย่างฉันเชื่อว่าเธอก็คงไม่อยากให้ขาตัวเองพิการหรอก ไม่อย่างนั้นลองคิดภาพสาวน้อยเดินขาเป๋ก็คงตลกน่าดู”
พูดจบ เขาก็ยื่นมือออกไปทางซูรั่วหลี เอ่ยพูดขึ้นมาได้ “มา ฉันจะพาเธอไปนั่งเก้าอี้!”
เมื่อซูรั่วหลีเห็นท่าทางเอาจริงของเย่เฉิน จู่ๆในใจก็เกิดความรู้สึกเขินอาย รีบพูดเสียงเบาว่า “ฉันทำเองได้”
พูดจบ เธอก็ใช้สองมือยันตัวเพื่อลุกขึ้น แต่กลับพบว่า แขนทั้งสองข้างของตัวเองไม่มีแรงเลยสักนิด
เมื่อเย่เฉินเห็นเธอทำอะไรสิ้นคิด ก็พูดออกมานิ่งๆว่า “อย่าพยายามเลย เส้นลมปราณของเธอถูกฉันปิดเอาไว้หมดแล้ว ร่างกายออกแรงไม่ได้หรอก”
ในใจของซูรั่วหลีเริ่มตระหนกขึ้นมา เธอทำได้เพียงยื่นมือออกไปตรงหน้าของเย่เฉินแต่โดยดี เอ่ยพูดเสียงเบาว่า “งั้นรบกวนนายด้วยแล้วกัน....”
เย่เฉินยื่นมือออกไปจับมือเย็นๆของเธอเอาไว้ จากนั้นก็พยุงเธอขึ้นมา
ซูรั่วหลีเพิ่งเคยถูกผู้ชายจับมือไว้แบบนี้ครั้งแรก ชั่วขณะหัวใจจึงเต้นแรงอย่างประหม่า
น่าจะมาจากการที่ซูรั่วหลีฝึกต่อสู้มาตั้งแต่เด็กๆ
ขาของเธอไม่เพียงแค่เรียวยาว แต่ยังเหยียดตรงอีกด้วย ซ้ำยังแอบมีกล้ามนิดๆ เทียบกับพวกนางแบบแล้ว ก็ไม่ได้ถือว่าด้อยไปกว่าเท่าไหร่ เหมือนจะดีกว่าเสียด้วยซ้ำ ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในคนที่มีขาที่สวยสมบูรณ์แบบเลยก็ว่าได้
เมื่อซูรั่วหลีเห็นเย่เฉินจ้องมองขาของตัวเองนิ่งๆ นอกจากจะรู้สึกอายแล้ว ก็ยังรู้สึกหงุดหงิด เธอรู้สึกว่า ถึงแม้ผู้ชายคนนี้จะเก่งกาจมากแค่ไหน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ต่างอะไรกับพวกผู้ชายแพรวพราวพวกนั้น
ดังนั้น เธอจึงเอ่ยถามขึ้นมาอย่างมีน้ำโหเล็กน้อยว่า “นายมองอะไร?”
เย่เฉินเงยหน้าขึ้นมา ยิ้มนิ่งๆแล้วพูดอย่างหน้าตายว่า “มองขาเธอไง ขาเธอสวยดี”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...