ซูรั่วหลีคิดไม่ถึงว่าเย่เฉินจะยอมรับว่ามองขาของเธออย่างตรงไปตรงมาขนาดนี้
ท่าทีเป็นธรรมชาติของเขา พลันทำให้อารมณ์โกรธของซูรั่วหลีไปต่อไม่ถูก
ซูรั่วหลีที่เดิมทียังกล่าวโทษเย่เฉินอยู่ ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรขึ้นมา
อีกอย่าง ความขุ่นเคืองที่มีอยู่ในใจ ก็ค่อยๆหายไปเพราะการยอมรับอย่างตรงไปตรงมาของเขา
ดังนั้น เธอจึงทำได้เพียงมองมาที่เย่เฉินอย่างอายๆ จากนั้นก็หันหน้าไปทางอื่น เอ่ยพูดเสียงแผ่วเบาอย่างเขินๆว่า “ถ้านายมองพอแล้ว ก็รบกวนช่วยรักษาแผลให้ฉันด้วย....”
เย่เฉินพยักหน้า พูดกลั้วยิ้มว่า “ได้สิ งั้นเรามาเริ่มรักษากันเถอะ”
ซูรั่วหลีถามออกไปอย่างไม่ทันรู้ตัวว่า “มองเสร็จแล้ว?”
พูดจบ ก็นึกขึ้นมาได้ว่าที่ตัวเองถามไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ จึงพูดเสริมขึ้นมาอย่างอึกอักว่า “เอ่อ ไม่ใช่...ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น...ฉันจะบอกว่า ถ้านายมองพอแล้ว ก็เริ่มกันเถอะ....”
ตอนที่พูดคำนี้ออกมา ในใจเธอค่อนข้างผิดหวัง
เย่เฉินยิ้มออกมาเล็กน้อย เอ่ยพูดอย่างไม่รู้สึกรู้สาว่า “ฉันมีจรรยาบรรณพอ ถึงแม้ขาของเธอจะสวยมากๆก็เถอะ แต่ฉันก็ยังต้องรีบทำแผลให้เธอเสร็จไวๆ”
พูดจบ มือข้างหนึ่งของเขาก็ประคองต้นขาของซูรั่วหลีเอาไว้ อีกข้างหยิบคีมขึ้นมา แล้วเอ่ยพูดว่า “ลูกดอกมีปลายคม ฉันคงต้องตัดจากส่วนหางก่อน แล้วค่อยดึงออกมา ถึงตอนนั้นมันอาจจะเจ็บนิดหน่อยนะ อดทนหน่อยแล้วกัน”
ซูรั่วหลีพยักหน้าเบาๆ “ทำเลย ฉันทนได้”
ซูรั่วหลีเอ่ยพูดอย่างตัดพ้อว่า “ก็เมื่อกี้มันเจ็บจริงๆนี่นา ถูกอาวุธประเภทนี้ยิง มันเจ็บเสียยิ่งกว่าถูกลูกกระสุนยิงอีกนะ....”
เย่เฉินยิ้มออกมานิ่งๆ “เจ็บมันก็ส่วนของเจ็บ เอาเป็นว่าตอนนี้ไม่เป็นอะไรแล้ว ฉันจะล้างแผลกับฆ่าเชื้อให้ แล้วค่อยทายากันติดเชื้อ จากนั้นก็พันแผล แค่นี้โดยรวมก็ถือว่าเสร็จแล้ว”
ซูรั่วหลีทำได้เพียงพยักหน้า เอ่ยพูดว่า “นายคงไม่ฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์หรอกใช่ไหม? แบบนั้นมันต้องแสบมากแน่ๆ...”
เย่เฉินโบกมือ “แอลกอฮอล์ไม่เหมาะกับการฆ่าเชื้อบนแผล ฉันจะใช้ยาแดง สบายใจได้ ไม่แสบเท่าแอลกอฮอล์หรอก
ซูรั่วหลีผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก จากนั้นเย่เฉินก็หยิบขวดยาแดงขึ้นมา แล้วใช้แหนบคีบสำลีจุ่มลงไปในนั้น พร้อมกับนำมาทาบนแผลของเธอ
ยาแดงเป็นยาที่เหมาะสำหรับฆ่าเชื้อบนแผลมาก อีกอย่างยังไม่แสบเท่าแอลกอฮอล์อีกด้วย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...