เมื่อเห็นซูรั่วหลีรู้จักต้นกำเนิดของเขาได้ เย่เฉินก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย แล้วพูดอย่างเรียบนิ่งว่า “ใช่ จะถือว่าฉันเป็นคนตระกูลเย่ก็ได้นะ หรือพูดอีกอย่างก็คือในอดีตฉันเคยเป็นคนของตระกูลเย่”
ซูรั่วหลีครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ จากนั้นก็พึมพำว่า “อดีตเคยเป็นคนของตระกูลเย่ งั้นก็แปลว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ตระกูลเย่แล้วน่ะสิ....”
ขณะที่พูด สีหน้าของซูรั่วหลีก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง “สมาชิกในครอบครัวของตระกูลเย่ไม่ได้มีมากมายขนาดนั้น ลูกหลานที่มีสายเลือดโดยตรงของตระกูลเย่ฉันก็รู้จักเป็นอย่างดี ถ้าบอกว่านายไม่ได้อยู่ที่ตระกูลเย่ งั้นก็มีความเป็นไปได้ว่านายคือ....”
พูดมาถึงตรงนี้ ซูรั่วหลีก็เบิกตาโพลงอย่างตกตะลึง!
เธอจดจ้องมาที่เย่เฉิน เอ่ยพูดอย่างอึ้งๆว่า “ในบรรดาคนที่มีสายเลือดโดยตรงที่ออกจากตระกูลเย่ มีแค่เย่ฉางอิงคนเดียว แต่ว่าเย่ฉางอิงเสียชีวิตไปแล้วเมื่อหลายสิบปีก่อน หรือว่า...หรือว่านายคือลูกของเขา?”
เย่เฉินมีสีหน้านิ่งค้าง เอ่ยพูดอย่างจริงจังว่า “ใช่ ฉันคือลูกของเย่ฉางอิง เย่เฉินไงล่ะ!”
“คุณพระ!”
ในวินาทีนี้ซูรั่วหลีเหมือนถูกฟ้าผ่า
แม้ว่าเย่ฉางอิงจะเสียไปตั้งแต่ที่เธอยังไม่เกิด แต่เธอก็พอจะคุ้นหูกับชื่อเสียงของเย่ฉางอิงอยู่พอสมควร
ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังรู้เรื่องราวในอดีตระหว่างคนเป็นพ่ออย่างซูโส่วเต้ากับเย่ฉางอิงอีกด้วย
เธอรู้ว่า คู่แข่งตลอดกาลของพ่อคือเย่ฉางอิง
และเธอก็รู้ว่า การที่พ่อถูกโจมตีมากที่สุด ก็มาจากเย่ฉางอิงเหมือนกัน
บทกวีที่ว่านั้นคือ “ฝากใจใฝ่จันทรา อนิจจาใยแสงจันทราสาดส่องผ่านไป”
พูดได้เลยว่า ภรรยาของซูโส่วเต้า ยอมแต่งงานกับเขา เพราะไร้หวังในการตามจีบเย่ฉางอิง
ดังนั้น ตลอดเวลาที่ผ่านมา ซูโส่วเต้าจึงมีชีวิตอยู่ภายใต้เงาของเย่ฉางอิง
แบบนี้แล้ว พ่อของเย่เฉิน จึงเป็นคนที่ซูโส่วเต้าโกรธเกลียดที่สุดในชีวิต
ซูรั่วหลีเข้าใจเรื่องราวในอดีตเหล่านี้เป็นอย่างดี แต่เธอไม่คิดไม่ฝันเลยว่า เธอจะได้มารู้จักกับลูกของเย่ฉางอิง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...