ตระกูลซูและกองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดินญี่ปุ่น ต่างก็เริ่มตามหาซูรั่วหลีในละแวกน่านน้ำของโตเกียว
แต่ว่า ท่ามกลางมหาสมุทรกว้างใหญ่ กลับไร้เบาะแสใดๆ ทำให้พวกเขาไม่อาจทำอะไรได้เลย
ในขณะที่กองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดินญี่ปุ่นกำลังตามหาซูรั่วหลีอย่างคนเสียสติ เรือของเย่เฉิน ก็แล่นออกมาจากญี่ปุ่นแล้วเรียบร้อย
เรือลอยลำมุ่งสู่ประเทศจีนอย่างต่อเนื่อง ผ่านไปคืนหนึ่ง ก็เดินทางได้หนึ่งส่วนสามของระยะทางแล้ว
เช้าตรู่ ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขึ้นบนผิวน้ำทางทิศตะวันออก
แม้ว่าอุณหภูมิในทะเลฤดูหนาวจะหนาวเย็นมากแค่ไหน แต่เย่เฉินก็ยังสวมใส่เสื้อผ้าแค่ชั้นเดียว เดินขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือ
ทิศทางเดินเรือ คือทิศตะวันออกมุ่งสู่ทิศตะวันตก ดังนั้นเย่เฉินจึงมายืนดูดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกตรงท้ายเรือ
ขณะนี้ดวงอาทิตย์กำลังโผล่ขึ้นมาช้าๆ แสงของมันสาดส่องลงบนผิวน้ำจนตกกระทบเป็นดวงอาทิตย์อีกดวงที่เคลื่อนไหวตามคลื่นทะเล ก่อเกิดเป็นภาพวิวตระการตา ชวนรู้สึกผ่อนคลาย
ถึงแม้เย่เฉินจะกำลังเพลิดเพลินกับธรรมชาติ แต่ลึกในใจกลับกำลังขบคิดถึงอนาคตของตัวเอง
แม้ว่าก่อนหน้านี้เย่เฉินไม่เคยคิดอยากไปจากเมืองจินหลิง แต่ว่าในตอนนี้เขารู้ดีว่าไม่ช้าก็เร็วยังไงก็ต้องไปจากสถานที่ที่ใช้ชีวิตมาสิบกว่าปีอย่างเมืองจินหลิงและมุ่งหน้าสู่เย่นจิง เพื่อทำเป้าหมายของชีวิตให้สำเร็จ
อันดับแรกคือการสืบหาความจริงเกี่ยวกับการตายของพ่อแม่ หลังจากที่ได้เจอและขัดแย้งกับเย่ฉางหมิ่น เย่เฉินก็ยิ่งอยากทวงคืนทุกอย่างที่เป็นของพ่อกลับมา
เดิมทีคุณพ่อคือลูกหลานของตระกูลเย่ ถ้าพี่น้องของเขาแบ่งสมบัติกันในสัดส่วนที่เท่าๆกัน เขาก็สมควรได้รับสมบัติจากตระกูลเย่25%ด้วยเหมือนกัน
อีกอย่างตอนนั้น คุณพ่อก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ตระกูลเย่มีอย่างทุกวันนี้ได้เพียงลำพัง ดังนั้นสมบัติของตระกูลเย่ พ่อของเขาสมควรที่จะได้รับมากกว่าสัดส่วนที่กล่าวมาด้วยซ้ำ
สมบัติทุกอย่างของตระกูลเย่บวกเพิ่มไปอีกล้านล้าน ตี้เหากรุ๊ปบวกเพิ่มไปอีกหมื่นล้าน บางที5%ของทั้งตระกูลเย่ก็ยังไม่พอด้วยซ้ำ ส่วนที่เหลือ ยังต้องให้คนตระกูลเย่เอาไปครบทุกคนอีก
ตอนนี้ซูรั่วหลีอยู่ในกำมือของเขาพอดี ที่โชคดีก็คือเธอมีผลต่อความเป็นความตายของตระกูลซู ดังนั้นผู้หญิงคนนี้จึงอาจจะมีประโยชน์กับเขาพอสมควร พอถึงตอนนั้น อาจจะกลายมาเป็นตัวช่วยสำคัญในการแก้แค้นตระกูลซูก็ได้
ขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ จู่ๆก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากข้างหลัง
เย่เฉินหันกลับไปมอง ก็พบว่าซ่งหวั่นถิงในเสื้อขนเป็ดหนาๆ กำลังเดินเข้ามาหา
เมื่อเห็นว่าเย่เฉินหันมามอง ซ่งหวั่นถิงก็ยิ้มให้เขาเล็กน้อย เอ่ยถามว่า “อาจารย์เย่ทำไมตื่นเช้าจังล่ะคะ?”
เย่เฉินพูดยิ้มๆว่า “มันชินน่ะ หลายปีมานี้ไม่ค่อยนอนตื่นสายเท่าไหร่”
พูดจบ ก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า “เธอล่ะ? สองวันมานี้ผ่านอะไรมาก็เยอะ เธอควรพักผ่อนให้เพียงพอนะ ขึ้นมาบนนี้ทำไมเช้าขนาดนี้?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...