การเดินทางผ่านไปหนึ่งวันหนึ่งคืน เรือที่เย่เฉินโดยสารมาก็เทียบท่าที่ท่าเรือเมืองจงไห่อย่างราบรื่น
ตอนที่เทียบท่า เป็นเวลาเก้าโมงเช้า เหลือเวลาอีกประมาณครึ่งชั่วโมง สองพ่อลูกอย่างซ่งเทียนหมิงและซ่งหรงวี่ก็จะจัดประชุมบอร์ดบริหาร
ซึ่งครึ่งชั่วโมงนี้ ตรงกับเวลาที่ต้องขึ้นเครื่องพอดี ดังนั้น เย่เฉินจึงไปงานประชุมบอร์ดบริหารของซ่งซื่อกรุ๊ปไม่ทัน
แต่ว่าถึงจะไม่ทันประชุม อย่างน้อยก็ยังไปทันช่วงงานแถลงข่าวที่จัดขึ้นภายหลัง
ซ่งหวั่นถิง ซูรั่วหลี แล้วก็ลูกเรือของตระกูลซู ต่างก็เดินตามเย่เฉินลงมาจากเรือ นอกจากนี้แล้ว ยังมีรองประธานบริษัทนิปปอนสตีอย่างฮาชิโมโตะ ชินคิจิที่ถูกจับมัดอีกด้วย
ในระหว่างที่เฮลิคอปเตอร์มุ่งหน้าไปที่เมืองจินหลิง ด้านซ่งเทียนหมิงก็เดินเข้าไปในห้องประชุมขนาดใหญ่ของซ่งซื่อกรุ๊ป
ณ ตอนนี้ ผู้ถือหุ้นกว่าสิบคนและคณะกรรมการรวมไปถึงซ่งหรงวี่ลูกชายของเขา ต่างก็มาถึงกันก่อนแล้ว ตอนนี้กำลังนั่งตัวตรงอยู่ภายในห้อง
เมื่อซ่งเทียนหมิงเดินเข้ามา ทุกคนก็พากันลุกขึ้นต้อนรับ
ซ่งหรงวี่ชิงเอ่ยปากพูดก่อนใครเพื่อน “ท่านประธานสวัสดีครับ!”
คนอื่นๆนิ่งไปชั่วครู่ จากนั้นก็ทยอยเออออตามกันไป เอ่ยพูดอย่างพร้อมเพรียงว่า”สวัสดีท่านประธาน!”
ซ่งเทียนหมิงดันกรอบแว่นขึ้น แล้วยิ้มออกมาอย่างถ่อมตัว โบกมือแล้วเอ่ยพูดว่า “ทุกคนทำงานร่วมกันมาหลายปี น่าจะรู้ว่าผมเป็นคนเคร่งครัดมาก ตอนนี้คุณซ่งหวั่นถิงประธานบริษัทซ่งซื่อกรุ๊ปหายตัวไป ดังนั้นถ้าพูดกันตามเหตุผลผมก็แค่รักษาการท่านประธาน ถ้าหากว่าเมื่อใดคุณซ่งหวั่นถิงกลับมาอย่างปลอดภัย ซ่งซื่อกรุ๊ปก็จะกลับไปอยู่ภายใต้การบริหารของเธอดั่งเดิม!”
ทุกคนยิ้มออกมา พร้อมกับพยักหน้าเห็นด้วย
ถึงยังไงในด้านกฎหมาย ตราบใดที่ซ่งหวั่นถิงยังไม่ตาย หรือเด้งออกจากส่วนใน เธอก็ยังถือว่าเป็นประธานบริษัทของซ่งซื่อกรุ๊ป
คนอื่นๆพลันสะดุ้งขึ้นมาทันที หลายคนกระซิบกระซาบกันเสียงเขา
คนกลุ่มนี้ คือผู้ถือหุ้นของซ่งซื่อกรุ๊ป สิ่งที่พวกเขากังวลมากที่สุด ก็คืออนาคตของซ่งซื่อกรุ๊ป
พวกเขาชื่นชมในความสามารถของซ่งหวั่นถิงมาตลอด และเชื่อมั่นว่าซ่งหวั่นถิงจะสามารถพาซ่งซื่อกรุ๊ปขึ้นไปถึงอีกระดับได้
ถ้าเป็นแบบนั้น พวกเขาทุกคนก็จะพลอยได้ผลประโยชน์ไปด้วย
ดังนั้น ถ้าไม่ใช่ว่าหมดทางเลือกจริงๆ พวกเขาก็ไม่อยากให้ปลดซ่งหวั่นถิงออก
แต่ว่าสถานการณ์ในตอนนี้มันฉุกละหุกมาก ไม่ใช่ว่าซ่งหวั่นถิงไม่มีความสามารถ แต่ตอนนี้แค่ไม่รู้ว่าเธออยู่หรือตายเท่านั้นเอง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...