ถ้าต้องรออย่างไร้จุดหมายแบบนี้ต่อไป ไม่ใช่ความอดทนของพวกเขาจะหมดไป แต่ความอดทนของนักลงทุนและผู้ถือหุ้นคนอื่นๆก็คงจะหมดไปเหมือนกัน
ถ้าเป็นอย่างนั้น ซ่งซื่อกรุ๊ปก็จะเสียหายอย่างหนัก
เมื่อลองคิดหน้าคิดหลัง พวกเขาจึงต้องยอมรับข้อเสนอของซ่งหวั่นถิง คิดว่าเป็นการแก้ไขที่ดีที่สุดแล้ว นั่นคือการคัดเลือกผู้บริหารคนใหม่ให้เร็วที่สุด
ดังนั้น จึงมีคนเอ่ยพูดขึ้นมาว่า “ผมสนับสนุนการตัดสินใจของรักษาการท่านประธาน”
“ผมเช่นกัน!”
เมื่อซ่งหรงวี่เห็นดังนี้ ก็ปลาบปลื้มเป็นอย่างมาก รีบพูดขึ้นมาว่า “งั้นพวกเรามาแสดงเจตจำนงกันเลยดีกว่า วันนี้คนที่มาเข้าร่วมมีทั้งหมดสิบเจ็ดคน ถ้าหากมีผู้เห็นด้วยให้แต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่เกินแปดคน เราก็จะดำเนินการลงคะแนนเสียงผ่านข้อเสนอของรักษาการท่านประธาน”
พูดจบ เขาก็ลุกขึ้น แล้วพูดขึ้นมาว่า “ผมเห็นด้วยเรื่องแต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่!”
ซ่งเทียนหมิงเอ่ยพูดด้วยใบหน้าเคร่งขรึม “ในฐานะที่ผมเป็นคนริเริ่มเรื่องนี้ ผมเองก็เห็นด้วย!”
คนที่อยู่ข้างล่างลุกขึ้นมาหนึ่งคน “ผมเองก็ด้วย!”
“นับผมด้วย ผมเห็นด้วย!”
ซ่งหรงวี่พยักหน้า แล้วพูดว่า “ดีมาก ตอนนี้มีสี่คนแล้ว!”
“ผมเห็นด้วย!”
ซ่งเทียนหมิงกระแอมไอ แล้วเอ่ยพูดอย่างจริงจังว่า “ในเมื่อมีคนแสดงท่าทีเห็นด้วยต่อการแต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่ถึงสิบสี่คน ฉะนั้นผมขอเป็นตัวแทนคณะกรรมการประกาศอย่างเป็นทางการในที่นี้ว่า ให้ปลดตำแหน่งผู้บริหารของคุณซ่งหวั่นถิงลงชั่วคราว และถัดมา จะเข้าสู่กระบวนการแต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่!”
ซ่งหรงวี่ปรบมือไปพลาง พร้อมกับจดจำสามคนนั้นที่ไม่ยอมยกมือเห็นด้วยให้ขึ้นใจ ขณะเดียวกันก็เอ่ยพูดขึ้นมาในใจว่า “ไอ้เวรสามตัวนั่น มีตาหามีแววไม่ รอให้พ่อฉันขึ้นเป็นประธานได้ก่อนเถอะ ฉันเล่นงานหมาแก่สามตัวอย่างพวกแกแน่!”
ในตอนนี้เอง หนึ่งในคนที่ไม่ได้ยกมือเห็นด้วยก็เอ่ยพูดขึ้นมาว่า “ทุกท่าน ในเมื่อยังไม่รู้ว่าประธานซ่งหวั่นถิงเป็นอยู่หรือตาย ขณะที่เราปลดตำแหน่งของเธอลงชั่วคราว ก็ต้องมีแผนรับรองด้วยสิครับ!”
ซ่งหรงวี่จ้องมองอีกฝ่าย เอ่ยพูดเสียงเย็นว่า “หม่าเซียวเหยาแผนรับรองที่คุณพูดมาหมายถึงอะไรครับ?”
ผู้ชายที่ถูกเรียว่าหม่าเซียวเหยาเอ่ยพูดขึ้นมาว่า “ถ้าหากคุณซ่งหวั่นถิงเสียชีวิตแล้วจริงๆ แน่นอนว่าต้องยึดตามการตัดสินใจของทุกคน ให้มีการแต่งตั้งผู้บริหารมาดำรงตำแหน่งอยู่แล้ว”
พูดมาถึงตรงนี้ หม่าเซียวเหยาก็พลันเปลี่ยนน้ำเสียง แล้วเอ่ยพูดขึ้นมาว่า “แต่ถ้าตอนนี้คุณซ่งหวั่นถิงยังมีชีวิตอยู่ แล้วเรามีการแต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่ ถ้าเกิดคุณซ่งหวั่นถิงกลับมา เธอจะสามารถกลับมาดำรงตำแหน่งได้หรือเปล่า? หรือถ้าพูดอีกแบบ หลังจากที่คุณซ่งหวั่นถิงกลับมา ผู้บริหารที่ถูกแต่งตั้งใหม่ จะยอมเป็นฝ่ายลงจากตำแหน่งเองหรือเปล่า?!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...