ซ่งเทียนหมิงรู้สึกประหม่าเล็กน้อย และแกล้งพูดด้วยความกระอักกระอ่วนว่า: “เอ่อ อาจารย์เย่…หวั่นถิงจะเรียกประชุมคณะกรรมการ นี่อาจจะเกี่ยวข้องกับความลับทางการค้าของซ่งซื่อกรุ๊ป ดังนั้นเชิญคุณออกไปก่อน… ”
เย่เฉินยิ้มอย่างสงบ: “วางใจเถอะคุณซ่ง ประชุมคณะกรรมการของวันนี้ไม่มีความลับทางการค้าอะไร ”
“นี่…”ในใจซ่งเทียนหมิงก็รู้สึกประหม่ามากขึ้นราวกับกำลังตีกลอง
เขาแอบคิดในใจว่า: “เย่เฉินหมายความว่ายังไงกันแน่? ทำไมทำเหมือนกับว่าเขารู้ทุกอย่าง?”
ในเวลานี้ ประตูห้องโถงแถลงข่าวถูกคนผลักเปิดออก และชายชุดดำสามสิบเกือบสี่สิบคนเดินเข้าในงานเป็นแถวยาวเหยียด
คณะกรรมการของซ่งซื่อกรุ๊ปเหล่านี้ ต่างก็ตกตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้า
ซ่งเทียนหมิงตะโกนอย่างประหม่าว่า: “พวกแกเป็นใคร? ใครให้พวกแกเข้ามา? เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ไหน? รีบไล่คนเหล่านี้ออกไปให้หมด!”
ซ่งหรงวี่ก็ตวาดเสียงดังอย่างรีบร้อนว่า: “พวกแกรีบออกไปเองดีกว่า ไม่อย่างนั้นพวกเราก็จะโทรแจ้งตำรวจแล้ว!”
เย่เฉินที่ไม่ได้พูดอะไรมาโดยตลอด ในเวลานี้เอ่ยปากพูดอย่างเฉยเมยว่า: “ซ่งเทียนหมิง พวกเขาเป็นคนที่ฉันจัดเตรียมการมาเอง คุณมีความคิดเห็นเหรอ?”
ใบหน้าของซ่งเทียนหมิงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ และอ้าปากพูดว่า: “อา…อาจารย์เย่ คนพวกนี้ คุณจัดเตรียมมาเองเหรอ?! คุณ…คุณตั้งใจจะทำอะไรนะ?”
เย่เฉินพูดอย่างเฉยเมยว่า: “ฉันจัดเตรียมการคนพวกนี้มาเอง เพื่อสนับสนุนหวั่นถิง เธอเพิ่งกลับมาที่ซ่งซื่อกรุ๊ป ถ้าไม่มีคนสนับสนุน ฉันกลัวว่าเธอจะโดนรังแก”
ซ่งเทียนหมิงรีบหันหน้า มองไปทางซ่งหวั่นถิง และพูดอย่างจริงจังว่า: “หวั่นถิง บริษัทเป็นที่ทำงาน เธอจะลำบากให้อาจารย์เย่พาคนชุดดำมากมายขนาดนี้ทำไม? ไม่รู้ยังคิดว่าพวกเขาล้วนเป็นคนชายขอบสังคม! ถ้าหากเผยแพร่ออกไป ส่งผลกระทบต่อบริษัทที่เลวร้ายเกินไป! ให้พวกเขาออกไปโดยเร็วเถอะ!”
ซ่งหวั่นถิงไม่ได้สนใจเขา สีหน้าท่าทางเย็นชาเล็กน้อย และก็พูดอย่างเคร่งขรึมว่า: “ฉันยังเป็นประธานของซ่งซื่อกรุ๊ป งานทุกอย่างของที่นี่ ฉันเป็นใหญ่!”
เย่เฉินหยักหน้า และพูดกับชายชุดคำหลายคนว่า: “นำตัวคนขึ้นมา!”
“ครับ!”
คนชุดดำหลายคนตอบพร้อมกัน และเดินออกไปในทันที จับตัวคนคนหนึ่งที่ที่ใส่กุญแจมือและกุญแจเท้าเดินเข้ามา
เมื่อซ่งเทียนหมิงและซ่งหรงวี่เห็นคนคนนี้ ก็ตกใจมากจนขวัญหนีดีฝ่อในทันที!
คนคนนี้…เป็นรองประธานของบริษัทนิปปอนสตีในประเทศญี่ปุ่น ฮาชิโมโตะ ชินคิจิ!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...